รื้อเขต-แจกงบฯ ‘ดีไซน์’เพื่อใคร? : วิเคราะห์การเมือง

รื้อเขต-แจกงบฯ – การเมืองประเทศไทยยังอยู่ในภาวะฝุ่นตลบ เมื่อผู้รับผิดชอบไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 จะเกิดขึ้นจริง หรือต้องขยับเลื่อนออกไปจนสุดเส้นตายวันที่ 9 พฤษภาคม 2562

เนื่องจากทั้งแกนนำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล ตลอดจนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) องค์กรอิสระผู้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยตรง ยังคงบ่ายเบี่ยงกันไปมา

วันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักงาน กกต. จัดประชุมร่วมตัวแทนพรรคการเมือง และกลุ่มผู้ยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมือง รวม 72 พรรค 14 กลุ่ม 306 คน เพื่อชี้แจงแนวทางดำเนินกิจการแก่พรรคการเมือง

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวว่า การตัดสินใจว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่ จะชัดเจนหลังการร่วมประชุมกันระหว่างแม่น้ำ 5 สายกับตัวแทนพรรคการเมือง

ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ระบุว่า การประชุมหารือดังกล่าวจะมีขึ้นวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีฯ

ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะเมื่อประชุมเสร็จจะเข้าสู่ช่วงหยุดยาว 3 วันเนื่องในวันรัฐธรรมนูญ เปิดมาวันที่ 11 ธันวาคมก็ จะตรงกับวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มีผลใช้บังคับ

ซึ่งจะนำไปสู่ความชัดเจนหลายอย่าง ไม่ว่าเรื่อง “วันเลือกตั้ง” การ“ปลดล็อก” พรรคการเมือง รวมถึงการประกาศ “แบ่งเขตเลือกตั้ง”

กระนั้นก็ตาม ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การเมืองเกิดเรื่องราว 2-3 ประการสำคัญ ทำให้นักการเมืองพรรคหลัก ไม่ว่าเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ หรือกระทั่งอนาคตใหม่ เชื่อว่าการเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 จริงตามที่รัฐบาล คสช. กล่าวอ้าง

เหตุผลอย่างแรก ก็คือ ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองขนาดเล็กจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมตัวกันใช้ชื่อว่ากลุ่มสหพรรคการเมืองไทย เข้ายื่นหนังสือต่อประธานกกต.

เพื่อขอให้เลื่อนวันเลือกตั้งไปเป็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2562

โดยให้เหตุผลว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เป็นกรอบเวลากระชั้นชิด ทำให้พรรคขนาดเล็กที่เพิ่ง ขอจัดตั้งใหม่ ขาดความพร้อมในการเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ทำให้เสียเปรียบพรรคการเมืองเดิม อีกทั้งวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ยังถือว่าอยู่ในกรอบเวลาตามโรดแม็ป คสช.

การเคลื่อนไหวของกลุ่มพรรคเล็กในการขอเลื่อนเลือกตั้งออกไป ไม่เพียงตรงกับที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ออกมาส่งสัญญาณแจ้งข่าวล่วงหน้า ว่า

มีพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองราว 10 กลุ่ม เตรียมยื่นหนังสือต่อ กกต.ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ขอให้เลื่อนวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2562

ทั้งที่รัฐบาล คสช.เพิ่งแถลงเปิดปฏิทินไทม์ไลน์เลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 ไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อ วันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ยังสอดรับกับที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป พันธมิตรกับฝ่ายผู้มีอำนาจ เคยระบุว่าได้ทราบข่าวอย่างต่อเนื่องว่าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 จะไม่มีการเลือกตั้ง

ด้วยเหตุผลความไม่พร้อมของพรรคการเมือง

ข้อเรียกร้องของพรรคเล็กที่ต้องการให้เลื่อนเลือกตั้ง ได้รับการคัดค้านอย่างหนักจากพรรคการเมืองหลักทั้งประชาธิปัตย์ เพื่อไทย และไทยรักษาชาติ ที่ต่างมองว่า

การเลื่อนเลือกตั้งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาได้เลื่อนมาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งในความเป็นจริง หากการเลือกตั้งทุกครั้งต้องรอให้ทุกพรรคพร้อม ย่อมเป็นไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องรอไม่มีที่สิ้นสุด

ประกอบกับโรดแม็ปเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปมาระยะหนึ่งแล้ว ถึงรัฐบาล คสช.และกกต. จะไม่ยืนยัน แต่ในฐานะพรรคการเมือง ต้องเตรียมความพร้อม ตลอดเวลา

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตคล้ายคลึงกันว่า กำลังมีการใช้พรรคการเมืองตั้งใหม่ มาเป็นเงื่อนไขในการเลื่อน เลือกตั้งหรือไม่

นอกจากประเด็นพรรคเล็ก การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561

ซึ่งมีสาระสำคัญในการผ่อนผันและขยายเวลาให้ กกต.ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จก่อนพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มีผลใช้บังคับวันที่ 11 ธันวาคม 2561

กรณีมีข้อร้องเรียนเรื่องแบ่งเขตให้กกต.มีอำนาจตรวจสอบ หรือเปลี่ยนแปลงการพิจารณา หรือดำเนินการแบ่งเขตเพื่อให้ได้ข้อยุติ

หากเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศหรือมติใดๆของกกต.ที่ออกไว้ ให้ดำเนินการต่อไปได้โดยชอบด้วยกฎหมายโดยให้เป็นไปตามมติกกต.

และให้พรรคการเมืองดำเนินการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกรียวกราว จากนักการ เมืองพรรคฝ่ายประชาธิปไตยด้วยเช่นกันว่า เป็นการใช้อำนาจก้าวก่ายแทรกแซงองค์กรอิสระอย่าง กกต. ซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง

ให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม

หมากเกมการแบ่งเขตส่อเค้าให้เห็นว่า

ผู้ออกคำสั่งต้องการดึงเกมเลือกตั้งให้ล่าช้าออกไป เพื่อสร้างความได้เปรียบ รอให้พรรคการเมืองฝ่ายสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ มีความพร้อมในการลงสนามเลือกตั้งให้มากที่สุด

แล้วก็เหมือนตีเหล็กต้องตีตอนร้อน

หลังออกคำสั่งที่ 16/2561 แฝงนัยยะการรื้อแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่หมด เพียงไม่กี่วัน

วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ประชุมครม.ก็มี มติเห็นชอบ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนรับสวัสดิการจากรัฐ ฯลฯ เป็นวงเงินรวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท

แยกเป็นช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนภาครัฐ ประกอบด้วย

ช่วยค่าไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน ค่าน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน เริ่มเดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนกันยายน 2562 จำนวน 8.2 ล้านครอบครัว วงเงิน 2.7 หมื่นล้านบาท

เติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.5 ล้านคน คนละ 500 บาท เพียงครั้งเดียว โดยเติมให้ระหว่างเดือนธันวาคม 2561 ถึง มกราคม 2562 เพื่อใช้จ่ายเพิ่มเติม วงเงิน 7,250 ล้านบาท

ช่วยเหลือค่าเดินทางไปโรงพยาบาลของ ผู้มีรายได้น้อยสูงอายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 3.5 ล้านคน จำนวน 1,000 บาท จ่ายครั้งเดียว วงเงิน 3,500 ล้านบาท

สนับสนุนค่าเช่าบ้านผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 400 บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนกันยายน 2562 จำนวน 2.3 แสนคน เป็นวงเงิน 920 ล้านบาท

ถึงอยู่ในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง และมีรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ถึง 4 คนเป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐ

แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจก็ยืนยันว่า การทุ่มงบฯ กว่า 8 หมื่นล้านเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย

เป็นแผนมาตรการที่กระทรวงการคลังคิดเตรียมการไว้นานแล้ว แต่เพิ่งเสนอเข้า ครม.พิจารณาอนุมัติ ซึ่งบังเอิญตรงกับช่วงใกล้เลือกตั้ง แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การแจกเพื่อการเมือง ไม่ใช่ การหาเสียงล่วงหน้าอย่างที่วิพากษ์วิจารณ์

แน่นอนว่า ข้อชี้แจงของนายกฯ และแกนนำรัฐบาล ย่อมสวนทางกับเสียงโจมตีจากการเมืองฝ่ายตรงข้าม ที่ปักใจเชื่อว่า

การอัดฉีดงบฯ มหาศาลดังกล่าวลงไปในนโยบายประชารัฐ ชื่อเดียวกับพรรคการเมือง ก็เพื่อหวังผลคะแนนนิยมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง

“เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ระบุ

ทั้งหมดนำมาสู่ข้อจับตาว่า นอกจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 แผนการจับจ่ายงบประมาณแผ่นดินนับจากนี้เป็นต้นไป รวมถึงประเด็นแบ่งเขตเลือกตั้ง

ได้ถูก“ดีไซน์”มาเพื่อประชาชน หรือเพื่อพรรคการเมืองบางพรรคกันแน่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน