พลันที่พรรคพลังประชารัฐประกาศจัดระดมทุนผ่านงานเลี้ยงโต๊ะจีน 200 โต๊ะในวันที่ 19 ธันวาคม ณ อิมแพค เมืองทองธานี แสงแห่งสปอตไลต์ก็ฉายจับ
ไม่เพียงแต่จะฉายจับ”พรรคพลังประชารัฐ” หากยังฉายจับไป ยัง “กกต.”
งานนี้ใหญ่โตมโหฬาร เอิกเกริกอย่างแน่นอน
เพราะบรรทัดฐานของโต๊ะจีนคือโต๊ะละ 3 ล้านบาท 200 โต๊ะเท่ากับ 600 ล้านบาท
เป็นเรื่องง่ายมากสำหรับ”พรรคพลังประชารัฐ”
แต่คำถามก็คือ กกต.จะว่าอย่างไร หากว่ายังไม่มีการปลดล็อกพรรคการเมือง
กกต.จะทำเป็นเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ได้หรือไม่
ความจริง พรรคพลังประชารัฐถือได้ว่าก้าวเดินบนผืนพรมสีแดงใน ทางการเมืองมาโดยตลอด
เพราะใช้เวลาเพียง 30 วันกกต.ก็อนุมัติ
ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ใช้เวลามากกว่าหลายเท่า ขณะที่พรรคสามัญชนยังเสมอเป็นเพียงอยู่ระหว่างการพิจารณา
ยิ่งกว่านั้น ยังได้”ไฟเขียว”มาแล้วหลายอย่าง
แม้กระทั่งมี 4 รัฐมนตรีเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค รองหัวหน้า พรรค เลขาธิการพรรค โฆษกพรรค รวมถึงโฆษกประจำสำนักนา ยกรัฐมนตรีมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร ก็ไม่จำเป็นต้องลาออก
ยิ่งกว่านั้น “กลุ่มสามมิตร”อันถือว่าเป็นมือไม้ก็ยังสามารถจัด
“สามมิตรสัญจร”ประชันกับ”ครม.สัญจร”ได้อย่างเป็นปรกติ
เช่นนี้เองเมื่อพรรคพลังประชารัฐประกาศจัดโต๊ะจีนเพื่อระดมทุนอย่างเอิกเกริกมโหฬาร 200 โต๊ะจึงได้รับการเฝ้ามองติด ตามด้วยความตื่นเต้น
หากยังมีประกาศคสช.ฉบับที่ 57/2557 ดำรงอยู่
ท่ามกลางคำประกาศจัดเลี้ยงโต๊ะจีน 200 โต๊ะอย่างอึกทึกครึกโครม พรรคที่ระทึกใจมากยิ่งกว่าคือพรรคอนาคตใหม่
เพราะเงินที่ระดมมากว่า 40 ล้านบาท
อาจเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และกกต.มีคำสั่งโดยตรงให้คืนกลับไปยังผู้บริจาค
“อนาคตใหม่”เป็นเช่นนี้ “พลังประชารัฐ”จะเป็นเช่นใด