FootNote : สถานะ ของ พลังประชารัฐ กับ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา”
มีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่า พรรคพลังประชารัฐ เข้าไป อยู่ในฐานะพรรคอันเป็นหัวใจหลักของคสช.ในการสืบทอดและต่อ ท่อแห่งอำนาจ
จากเดือนพฤษภาคม 2557 มายังเดือนพฤษภาคม 2562
พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอบรับการบรรจุชื่อลงใน ฐานะหมายเลข 1 ของผู้ที่จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี
ก็เท่ากับเป็นการประทับตราลงไปเป็นหลักฐานยืนยันต่อประ ชาชน
นอกเหนือจากเห็นชอบด้วยกับคำว่า “ประชารัฐ”
นี่ย่อมเป็น “สัญญาณ” ทางการเมืองที่จะสื่อไปยังพรรคตระกูล “พลัง”ทั้งปวง
สัญญาณนี้มิได้ส่งผลสะเทือนในเรื่องฐานะและตำแหน่งที่จะยืนในทางการเมืองเท่านั้น หากแต่ยังมีผลอย่างสำคัญต่อ “ท่อน้ำ เลี้ยง”ในทางการเงินและความสะดวกสบาย
อาจเป็นเรื่องน่าระทมตรมตรอมหากคำนึงว่าพรรคที่ประกาศ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
มิได้มีแต่พรรคพลังประชารัฐเพียงพรรคเดียว
ตรงกันข้าม พรรคประชาชนปฏิรูปของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ก็ประกาศมาตั้งแต่หลังเดือนสิงหาคม 2559 เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ
โดยตั้งความหวังไม่เพียงแต่จะอาศัยชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากยังอิงอยู่กับ 16 ล้านเสียงโดยพื้นฐานอีกด้วย
ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคพลังประชาชาติ พรรคพลังท้องถิ่นไท เป็นต้น ก็ล้วนแต่ประกาศเสียงเดียวกันกับพรรคประชาชนปฏิรูป
แต่พรรคตระกูล”พลัง”เหล่านี้ก็กลายเป็นพรรคระดับรองจากพรรคพลังประชารัฐ
มีความจำเป็นที่คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จักต้องมีตัวเลือกจากพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองให้เป็นธงนำ เป็นหัว รถจักร
เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสืบทอดอำนาจ
กระนั้น คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีความจำเป็นต้องบริหาร”เสน่ห์”ให้รัดรึงพันธมิตรในแนวร่วมด้วย
มิเช่นนั้นเป้าหมายสืบทอดอำนาจก็อาจจะไม่บรรลุ