ทำไมพรรคเพื่อไทยจึงกำหนดส่งผู้สมัคร ส.ส.เขตทั่วประเทศเพียง 200 กว่าเขต

เป็นเพราะไม่มีเงินทุนอย่างเพียงพอเช่นนั้นหรือ

หากดูการเดินไปเขียนใบสมัครเป็นสมาชิกของ นายพานทองแท้ ชินวัตร เด่นชัดยิ่งว่าไม่ใช่

แม้พรรคเพื่อไทยจะไม่สามารถจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนเหมือนกับที่เห็นผ่านพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่ทุกอย่างก็อีหรอบเดียวกับก่อนเลือกตั้งเมื่อปี 2554

จำได้หรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จัดเลี้ยงระดมทุนกวาดเงินไปได้กว่า 400 ล้านบาท แต่เมื่อถึงวันเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคมผลก็คือพรรคประชาธิปัตย์แพ้พ่าย

แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้มิใช่”เงิน”หากแต่เป็น”กลยุทธ์”

มองเผินๆคล้ายกับการแบ่งพื้นที่ระหว่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยรักษาชาติ หรือแม้กระทั่งพรรคเพื่อชาติ จะดำเนินไปอย่างทับซ้อน

กระนั้น หากดูจากกระบวนท่าพรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครระบบ เขตประมาณ 200 กว่า

ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงโครงสร้างของการวางแผนอันแยบยล

แน่นอน พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นทัพหลวงพุ่งเป้าไปยัง ส.ส.ระบบเขตอย่างเป็นด้านหลัก หากส่งลงกว่า 200 ก็หมายถึงมั่นใจในจำนวน 200

ส่วนที่เหลืออีก 150 เขตจึงกระจัดกระจายไประหว่างพรรคไทยรักษาชาติ กับ พรรคประชาชาติ

แน่นอน พรรคประชาชาติอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้

ขณะที่พรรคไทยรักษาชาติเพิ่งประกาศจะได้รับเลือกยกจังหวัดที่พิจิตรอันเป็นพื้นที่ของ น.ส.สุณี เหลืองวิจิตร เดิม

เห็นหรือไม่ว่า”กลยุทธ์”ตระกูล”เพื่อ”เป็นอย่างไร

ก็ดังที่ ร.ท.ปรีชาพล เสริมพานิชย์ และ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ยืนยัน พรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาชน เดินหน้าทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ

หากพรรคเพื่อไทยเป็นทัพหลวง พรรคไทยรักษาชาติก็เป็นทัพหน้า ขณะที่พรรคประชาชาติเป็นทัพหนุน

ผนึกกำลังกันสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่กับพรรคตระกูล”พลัง”

ไม่ว่าการขับเคลื่อนของพรรคไทยรักษาชาติ ไม่ว่าของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าของพรรคประชาชาติจึงคึกคัก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน