การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังส่งผลดีให้กับพรรคพลังประชารัฐอย่างเด่นชัด
ไม่เพียงแต่ 1 ยอมรับข้อเสนอชื่อเข้าชิง”นายกรัฐมนตรี”
หากแต่ที่สำคัญเป็นอย่างมาก 1 ยอมรับให้มีภาพติดคู่กับผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ ยอมรับ 1 การร่วมลงพื้นที่หนุนช่วย ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ
และ 1 ซึ่งสำคัญยอมรับการขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ
วางเดิมพันจุดแรกที่จังหวัดนครราชสีมา
ทุกการตัดสินใจร่วมระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพรรคพลังประชารัฐเป็นผลดีต่อพรรคพลังประชารัฐแน่นอน
แต่ “ผลเสีย”ก็เริ่มเห็นเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
ผลเสียในที่นี้อาจมิใช่เป็นผลเสียหากมองจากทางด้านของพรรคพลังประชารัฐโดยตรง เพราะที่สำคัญก็คือเป็นผลเสียกับพรรคซึ่งเป็นพันธมิตรกับพรรคพลังประชารัฐ
ไม่ว่าพรรคที่เริ่มต้นด้วยคำว่า “พลัง” ไม่ว่าพรรคที่แม้มิได้มีคำว่า “พลัง”
แต่จิตหนึ่งใจเดียวเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผลเสียแรกสุดก็คือ เงินทุนที่มาดหมายว่าจะได้จากกลุ่มทุนที่ เห็นชอบกับคสช. ต้องการเห็นการสืบทอดอำนาจของคสช.โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นจุดศูนย์กลาง
ต้องทุ่มเทให้กับพรรคพลังประชารัฐเป็นด้านหลัก พรรคตระกูล”พลัง”อื่นๆก็กลายเป็นด้านรอง
ขณะเดียวกัน ตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เองก็ไม่สามารถแบ่งภาคไปให้กับพรรคการเมืองอื่น ได้แต่ส่งหัวใจไปช่วย แต่ไม่สามารถกระโจนลงไปได้เหมือนพรรคพลังประชารัฐ
ผลก็คือ พรรคในเครือข่ายตระกูล”พลัง”ก็ทรุดเสื่อมและตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัดเกือบทุกพรรค
ยุทธวิธีของพรรคพลังประชารัฐเช่นนี้เท่ากับชี้ให้เห็นว่าพรรคพลัง ประชารัฐต้องการแจ้งเกิดโดยพื้นฐาน 126 เสียงจากชัยชนะของตนอย่างเป็นด้านหลัก
อย่างน้อยก็เพื่อบรรลุไปยังเก้าอี้”นายกรัฐมนตรี”
ทิศทางก็คือ ต้องการนำเอา 126 เสียงของพรรคพลังประชารัฐไปผนวกพลังเข้ากับ 250 ส.ว.
ยึดกุม 376 เสียงเป็นจุดเริ่มต้นรัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา