การบุกเข้าตรวจค้นที่อารามปริสุทโธ บริเวณถนนเลียบคลองสาม เมื่อตอนรุ่งสางของวันที่ 12 มีนาคม
เป็นงานของ”ดีเอสไอ”อย่างชนิดเน็ต-เน็ต
ไม่มีการสนธิกำลังกับ “ตำรวจ” ไม่ได้ขอกำลังสนับสนุนจาก “ทหาร”
ผลก็เป็นอย่างที่”ข่าวสด” พาดหัว
“พบแต่เสื้อยืดเหลือง-คล้ายของ”ธัมมชโย”
หากสรุปตามสำนวนของ “สื่อ”บางฉบับก็ต้องว่า “วืด” และก็ต้องว่า “คว้าน้ำเหลว”
และบางฉบับหนักถึงขั้น “ไล่จับเงา”
มีความเป็นไปได้ที่การเปิดปฏิบัติการตามสาขาของวัดพระธรรมกายในภาคเหนือ จะประสบสภาพแทบไม่แตกต่างไปจากบริเวณริมถนนเลียบคลองสาม
เป็นเพราะอะไร
ไม่จำเป็นต้องเป็นโฆษกจาก”ตำรวจ” ไม่จำเป็นต้องเป็นโฆษกจาก “คสช.”ก็สามารถให้คำตอบได้
ว่าเป็นเพราะ “การข่าว”
เหมือนกับการข่าวที่ได้มาว่ามีการโทรศัพท์จาก”อาคารดาวดึงส์” ไปยัง”โรงพยาบาล” แห่งหนึ่ง
เหมือนกับการข่าวที่ได้มาว่าน่าจะอยู่ที่”อาคารบุญรักษา”
ทำให้กำลังพลจากกองพลทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ต้องเคลื่อนไหวซ้ำแล้วซ้ำอีกถึง 2 ครั้ง
ในที่สุดก็”คว้าน้ำเหลว”
เพราะเป็น “การข่าว” อันได้มาจาก “หมอนายหนึ่ง” ซึ่งออกจากวัดพระธรรมกายไปนานนมกาเล เพราะเป็น “การข่าว” อันได้มาจาก “พระรูปหนึ่ง” ซึ่งถอนตัวพร้อมกับสถานการณ์ภายใต้ “มาตรา 44”
หนักไปในแนวทาง “มโน” มากกว่าจะเป็นการข่าวอันแนบแน่นกับ “ความจริง”
หรือใกล้เคียงกับ “ความจริง” ภายในวัดพระธรรมกาย
จึงทำให้ “ดีเอสไอ” คว้าน้ำเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้กระทั่งการรุกเข้าไป “อารามปริสุทโธ”
ความแคลงคลาง กังขา อาจเริ่มต้นจาก “การข่าว” อันเป็นเนื้องานแท้ๆของ “ดีเอสไอ” ว่าเป็นเช่นใด
แต่ในที่สุดก็ลามไปถึง”รัฐมนตรี”
เพราะว่า นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมนั้น รับรู้กันว่าเคยเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
เติบใหญ่มากับงานด้านการข่าวและ”ข่าวกรอง”
เหตุใด “การข่าว” ของกระทรวงยุติธรรมจึงเป็นอย่างนี้ เหตุใด”การข่าว”ของกรมสืบสวนคดีพิเศษจึงเป็นอย่างนี้
วืดแล้ววืดอีก คว้าน้ำเหลวแล้วคว้าน้ำเหลวอีก
ไม่ว่าจะเป็นการรุกเข้าไปภายใน”วัดพระธรรมกาย” ไม่ว่าจะเป็นการรุกเข้าไปภายใน”อารามปริสุทโธ”
หยิก”เล็บ” จึงย่อมเจ็บไปถึง”เนื้อ”