พลันที่ “ดีเอสไอ” ค่อยๆผ่อนปรนอำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 5/2560 ลง
ความตึงเครียดที่”คลองหลวง”ก็เริ่ม”คลายตัว”
พระภิกษุที่ถูกออก”หมายเรียก”หมายแรกจำนวน 14 รูปก็เริ่ม ทะยอยกันเดินทางไป “รายงานตัว”
จะเว้นก็เพียง 4 รูปที่ยังติด”ศาสนกิจ”
การประชุมร่วมระหว่าง ดีเอสไอ ตำรวจ ทหารและหน่วยปก ครองที่ บก.ตชด.ภาค 1 ทุกเช้าอาจยังมีอยู่
แต่การเข้าร่วมก็ดำเนินไปอย่างไม่”เคร่งตึง”เท่าใดนัก
บทบาทของ พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รักษ์ศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอในฐานะ”โฆษก” ค่อยๆหมดไป
เหลือเพียง พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ เจื้อยแจ้ว
บทบาทของ “ตำรวจ” ดำเนินไปในลักษณะจางหาย บทบาทของ “ทหาร” อยู่ในลักษณะสนับสนุนอย่างเต็มเปี่ยม
“ดีเอสไอ” เล่นบท”พระเอก”เด่นชัด
แรกที่คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 5/2560 เริ่มประกาศออกมาแสงแห่งสปอตไลต์อาจฉายจับ 1 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท
ไม่ว่าจะในสถานะผู้บัญชาการทหารบก ไม่ว่าจะในสถานะเลขาธิการคสช.
1 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ส่งกำลังพลกว่า 3,000 นายเข้าร่วมตามคำร้องขอซึ่งมาจาก”ผู้บัญชาการ”
แต่เมื่อผ่านจากวันที่ 16 ผ่านจากวันที่ 17 กุมภาพันธ์ อันเป็น 2 วันแรกของการเข้าตรวจค้น
เสียงจาก 2 ท่านนี้ก็เริ่มเงียบ
แม้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อาจออกตัวแรงถึงขนาดเรียกทางด้านวัดพระธรรมกายว่า “พระนักเลง”
แต่กล่าวสำหรับ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท กลับสุขุมยิ่ง
ยิ่งเมื่อผ่านพ้นจากวันที่ 10 มีนาคม บทบาทของ”ดีเอสไอ”ยิ่งได้รับการชูขึ้นสูงเด่นในฐานะ “พระเอก”
ไม่ว่าบทบาทของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ไม่ว่าบทบาทของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา
ล้วนอยู่ในสถานะ “ผู้สนับสนุน”
“ตำรวจ”อาจเข้าไปในขบวนตรวจค้นซึ่งนำโดย”ดีเอสไอ”แต่ก็มิได้ออกนอกหน้า
เล่นบท “พระรอง” อย่างเด่นชัด
ทั้งนี้ แทบไม่ต้องกล่าวถึงบทบาทของ”ทหาร”ซึ่งส่งกำลังพลไปเพียง 1,300 นาย
หากได้”ชัยชนะ”บรรดา”พระรอง”อาจไม่เด่น
แต่หากประสบกับความล้มเหลว หากเพลี่ยงพล้ำหรือกลายเป็นฝ่ายแพ้ บรรดา”พระรอง”อาจไม่ต้องกลายเป็นเป้าเท่าใด
แสงแห่งสปอตไลต์ย่อมฉายจับไปยัง”พระเอก”อันเป็นตัวเด่น