นายกรัฐมนตรี
คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
นายกรัฐมนตรี – หลังจากขั้นตอนเลือกตั้งประธานและรองประธานรัฐสภาผ่านพ้นมาแล้ว การเลือกนายกรัฐมนตรี จึงเป็นขั้นตอนต่อไปที่ประชาชนสนใจยิ่ง
แม้เริ่มคาดเดาไม่ยากว่าจะเป็นใคร เมื่อดูจากกระบวนการเลือกประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีการเกาะกลุ่มและจับขั้วทางการเมืองชัดเจนแล้ว ไม่ว่าช่วงหาเสียงจะประกาศจุดยืนไว้ ณ ตำแหน่งใด
ช่วงเวลาเดียวกันนี้ประเทศประชาธิปไตยระดับโลก มีตัวอย่างหรือความเคลื่อนไหว ของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งน่าศึกษาและติดตาม
ระหว่างนายกรัฐมนตรีที่ไปต่อได้ และไปต่อไม่ได้
นายกรัฐมนตรี เธเรซา เมย์ แห่งสหราชอาณาจักร เป็นผู้ที่ไปต่อไม่ได้อีก และประกาศกำหนดวันลาออกอย่างเป็นทางการไว้เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.
หลังจากการดำรงตำแหน่ง 3 ปี นับจากผลประชามติเบร็กซิต ผลงานในด้านต่างๆ ของนางเมย์ ถูกบดบังด้วยประเด็นเบร็กซิต
ร่างข้อตกลงที่มีบรรจุรายละเอียดขั้นตอนและเงื่อนไขการถอนตัวจากสหภาพยุโรป ที่นางเมย์พยายามต่อรองกับชาติยุโรป ไม่ผ่านความเห็นชอบจากส.ส.เสียงส่วนใหญ่ แม้แต่ในพรรคเดียวกัน
สุดท้ายนางเมย์ก็ไม่อาจไปต่อได้ และต้องเปิดทางให้พรรคอนุรักษนิยมเลือกหัวหน้าใหม่ เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
สําหรับนายกฯ ที่ไปต่อได้ ด้วยวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี คือนายนเรนทรา โมที ซึ่งเพิ่งนำพรรคชาตินิยมฮินดูหรือบีเจพี ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ครองเสียงข้างมากในสภา
หลังจากอินเดียผงาดขึ้นมาเป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ร้อยละ 7.5 การวางตัวบนเวทีโลกเป็นไปด้วยท่าทีไม่ข่มประเทศอื่น และทำให้ชาติมหาอำนาจเกรงใจ
การเป็นที่ยอมรับของประชาชนและสมาชิกในพรรค ทำให้สถานภาพของนายโมทีแข็งแกร่งมากสำหรับการทำงานต่อไป
อีกทั้งเมื่อมาด้วยเส้นทางประชาธิปไตยที่ชัดเจน การเดินไปข้างหน้าจึงมั่นคง
ไม่ต้องกังวลว่าเมื่อใดพรรครัฐบาลจะมีงูเห่า หรือการต่อต้านจากประชาชน