วุฒิสภา – ประวัติ

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด

โดย… น้าชาติ ประชาชื่น

วุฒิสภา : ประวัติ – วุฒิสภามีความเป็นมาอย่างไร มีมาตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเลยหรือไม่

จิตแจรง

ตอบ จิตแจรง

เว็บไซต์ www.silpa-mag.com เผยแพร่บทความ “กำเนิดพฤฒสภา สภาที่ 2 ของไทยก่อนเป็นวุฒิสภา” ว่า คณะราษฎรกระทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อพ.ศ.2475 และมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเป็นฉบับแรก อันนำมาสู่การเปิดประชุมสภาสมัยแรก ซึ่ง ยังคงมีสภาเดียว พร้อมทั้งแต่งตั้งผู้แทนราษฎรชั่วคราวขึ้น

ต่อมา ภายหลังจึงแยกออกเป็น 2 สภา คือเมื่อ พ.ศ.2489 มีสภาผู้แทนราษฎรและพฤฒสภา ตามการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 ในวันที่ 10 พฤษภาคม ไทยจึงมีระบบ 2 สภาเป็นครั้งแรกตามการกำหนดรูปแบบในรัฐธรรมนูญ

ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนแรก คือ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี กระทั่ง พ.ศ.2489 จึงมีการเลือกตั้งสมาชิกพฤฒสภาเป็นครั้งแรก โดยใช้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่ทำการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้ง ตั้งแต่การรับสมัคร ทำบัญชีสมัคร นับคะแนน

วุฒิสภา : ประวัติ

รายชื่อสมาชิกพฤฒสภามีทั้งหมด 80 ท่าน ช่วงแรกยังไม่ได้แต่งตั้งประธานพฤฒสภา และใช้พระที่นั่งอภิเศกดุสิตเป็นที่ประชุม การประชุมพฤฒสภาครั้งแรกมีขึ้นในวันที่ 3 มิถุนายน ที่ประชุมเลือก นายวิลาศ โอสถานนท์ เป็นประธานพฤฒสภา และ นายไต๋ ปาณิกบุตร เป็นรองประธานพฤฒสภา ภายหลัง (มียศเป็นพันตรี) วิลาศ ประธานพฤฒสภา ลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 24 สิงหาคม 2489 เพราะโปรดเกล้าฯ ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ประชุมจึงเลือก พลเรือตรีกระแส ประวาหะนาวิน (ภายหลังเป็น พลเรือตรี พระยาศรยุทธเสนี) เป็นประธานพฤฒสภา ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2489 ถึง 9 พฤษภาคม 2490

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญที่เป็นผลให้ต้องมี 2 สภาอย่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2489 มีห้วงบังคับใช้ไม่นานนัก ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหารและมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2490 และเริ่มใช้ชื่อ “วุฒิสภา” ตั้งแต่นั้น ส่วน คำว่า “พฤฒสภา” เป็นอันสิ้นสุดการใช้งานแค่พ.ศ.2490 นั้นเอง

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 โปรดเกล้าฯ ตั้งสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 100 คน และวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ประชุมวุฒิสภาเลือก เจ้าพระศรีธรรมาธิเบศ เป็นประธานวุฒิสภา พระยาอภิบาลราชไมตรี เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และ พลโท พระยาสีหาราชเดโชชัย เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่ 2

ยังมีรายละเอียดจากเว็บไซต์วุฒิสภา www.senate.go.th ว่า ภายหลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2475 กําหนดให้รัฐสภาเป็นระบบสภาเดียว คือ สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิก 2 ประเภท (จํานวนเท่ากัน)

สมาชิกประเภทที่ 1 มาจากการเลือกตั้ง สมาชิกประเภทที่ 2 มาจากการแต่งตั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้สมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งกลั่นกรองงานของสมาชิกประเภทที่ 1 เพื่อให้การทํางานเกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด จึงถือได้ว่า วุฒิสภา หรือสภาที่ทําหน้าที่กลั่นกรองงานของสภาผู้แทนราษฎรได้ถือกําเนิดขึ้นมาในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 2 ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง

กระทั่ง พ.ศ.2489 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รัฐสภาเปลี่ยนเป็นระบบสภาคู่ หรือระบบ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและพฤฒสภา ซึ่งพฤฒสภามีขึ้นเพื่อทําหน้าที่เป็นสภายับยั้ง หรือสภากลั่นกรองงาน คอยเหนี่ยวรั้งมิให้สภาผู้แทนทํางานด้านนิติบัญญัติเร็วเกินไปจนขาดความรอบคอบ

สมาชิกพฤฒสภา ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ 2489 มาจากการเลือกตั้ง (ทางอ้อม) มีคุณสมบัติสูงกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิกล่าวคือ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี บริบูรณ์ มีคุณวุฒิอย่างต่ำปริญญาตรีหรือเทียบเท่ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี หรือเคยดํารงตําแหน่งทางราชการมาแล้วไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากอง หรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนมาแล้ว มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละ 6 ปี วาระเริ่มแรกเมื่อครบกําหนด 3 ปี ให้เปลี่ยนสมาชิกจํานวนกึ่งหนึ่ง โดยการจับสลากออก ผู้ที่ออกไปแล้วมีสิทธิได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง

รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวใช้บังคับได้ไม่นานก็ถูกยกเลิก รัฐธรรมนูญฯ ฉบับต่อมา คือฉบับพ.ศ.2490 ยังคงกําหนดให้รัฐสภาเป็นระบบ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา (ไม่ได้ใช้ชื่อพฤฒสภา) สมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง ส่วน อํานาจหน้าที่ยังคงเดิม คือเป็นสภากลั่นกรอง
[email protected]

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน