ที่พักพิง
คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
ที่พักพิง – ภาพสะท้อนวิธีคิดของภาครัฐที่จะช่วยเหลือประชาชน ด้วยการกำกับวางแผนโดยยังไม่สอบถามความเห็นหรือสำรวจความเป็นอยู่ของประชาชน ก่อนปรากฏอีกครั้งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี
วิธีคิดและปฏิบัติแบบนี้คล้ายกับแผนงานพัฒนาอื่นๆ ของภาครัฐ โดยเฉพาะเรื่องการวางผังเมือง หรือการสร้างชุมชนใหม่ หรือเมืองใหม่
รัฐมักกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือวางผัง ด้วยการขีดเส้นและระบายสีไปบนแผนผังแผนที่โดยหน่วยงานราชการเอง มากกว่าสำรวจสภาพความเป็นจริง และวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่
วิธีการเช่นนี้จึงมักก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับรัฐ และชาวบ้าน มักถูกตำหนิว่าขัดขวางการพัฒนา ไม่เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวม
ทั้งที่เมืองเกิดขึ้นจากประชาชน ไม่ใช่สร้างเมืองแล้วใส่ประชาชนเข้าไป
คําพูดหนึ่งของผู้นำประเทศที่กล่าวเปรยขึ้นมาระหว่างการไปประชุมสหประชาชาติ ที่สหรัฐอเมริกา ถึงความช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี มีลักษณะคล้ายกันนี้
เมื่อระบุว่า รัฐบาลเตรียมที่พักพิงให้กับชาวบ้าน มีห้องแอร์ให้อยู่ มีอาหารการกินให้ ก็ไม่ไป ชอบอยู่บนถนน เพราะคนผ่านไปผ่านมาเยอะดี มีคนมาเยี่ยมบ่อย ก่อนสรุปว่า “นี่แหละคนไทย”
การรับรู้นี้จะมาจากส่วนตัวก็ดี หรือจากเจ้าหน้าที่ส่วนราชการก็ดี สะท้อนถึงการมองวิถีชาวบ้านอย่างหยาบๆ
อีกทั้งไม่เข้าใจหรือไม่สำรวจที่มาที่ไปว่า เหตุใดชาวบ้านจึงยอมนอนบนถนน มากกว่าไปอยู่ที่พักพิงในค่ายทหาร หรือที่จัดไว้ให้
หากเจ้าหน้าที่รัฐเปิดใจฟังเสียงชาวบ้านอย่างจริงจัง ก็จะพบว่าชาวบ้านยอมนอนบนถนนเพื่อจะได้อยู่ใกล้บ้านของตนเองให้มากที่สุด
การอยู่ใกล้บ้านหมายถึงได้อยู่ดูแลอาคาร ทรัพย์สิน สาธารณูปโภค สัตว์เลี้ยง รวมถึงพื้นที่ทำกินให้ดีที่สุด เสียหายน้อยที่สุด และอุ่นใจที่สุด
กรณีแบบนี้เกิดเป็นปกติกับชุมชนที่อยู่อาศัยทั่วโลกที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผู้ประสบภัยมักจะพักพิงอยู่ใกล้กับที่อยู่อาศัยตนเองมากที่สุด หากสถานการณ์ไม่ร้ายแรงเกินไปนัก
จึงไม่ใช่คำจำกัดความว่า “นี่แหละคนไทย”
..อ่าน..