FootNote:‘ไวรัส’ ที่แปรเปลี่ยนเป็น‘ไวราล’ เหยื่อสถานการณ์ ไทยแลนด์ 4.0
ไม่ว่าสถานการณ์ปล่อยยอดคำเท่ขับ”ทัวริสต์”จากยุโรปออกจากประเทศ ไม่ว่าสถานการณ์ปล่อย”มินิฮาร์ท” ปรากฎอย่างรวดเร็วและก็ได้รับการบันทึกเก็บไว้อย่างรวดเร็ว
ดำเนินไปในแบบที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า “แฮพเพนนิ่ง” ดำเนินไปในแบบที่ศัพท์สมัยใหม่เรียกว่า “แฟล็ช ม็อบ”
ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ 1 ดำรงอยู่อย่างที่เรียกว่าเป็น “อีเว้นท์”
เป็นอีเว้นท์ของปฏิบัติการแจก”หน้ากากอนามัย”ให้กับประชาชนในที่สาธารณะ
เป็นอีเว้นท์อย่างที่นึกไม่ถึง คาดไม่ออกว่าจะมีการบันทึกเอาไว้
ขณะเดียวกัน ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ 1 ปรากฏการณ์เหล่านั้นล้วนได้รับการแพร่กระจายผ่านสื่อ”ออนไลน์”
รวดเร็ว ฉับไวและกลายเป็น”ไวราล”ในที่สุด
ความรุนแรงร้ายกาจของแต่ละสถานการณ์มีองค์ประกอบเข้ามาประ สานอย่างเหมาะเจาะ จากปัจจัยอันเป็นการกระทำของ”นักการเมือง” จากปัจจัยที่สอดรับกับ “สภาพการณ์”
กรณี”ทัวริสต์” สัมพันธ์กับสถานการณ์ไวรัส โคโรนา
เป็นความโน้มเอียงที่จะเอนไปทางเห็นอกเห็นใจชาวอู่ฮั่นและบังเกิดอคติกับ”ทัวริสต์”จากยุโรป
เมื่อมีการแปลแต่ละถ้อยคำอันเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำเป็น แคปชั่นภาษาอังกฤษอย่างสอดรับกับอารมณ์และความรู้สึกเพื่อให้ชาวต่างประเทศได้อ่าน ครานี้แหละ นามของ”อนุทิน”ก็ถูกโยงไปแม้กระทั่งกรณี จ.ส.อ.คลั่งกราดยิงปืนที่โคราช
พอมาถึงสถานการณ์ “มินิฮาร์ท”ในท่ามกลางความเสียใจอย่างสุดซึ้งของครอบครัวผู้เสียชีวิต
ยิ่งทำให้อักษรย่อ”ผนงรจตกม”ก็กลายเป็นประเด็น
น่าแปลกที่แทบทุกคนซึ่งตกเป็น”เหยื่อ”ของแต่ละสถานการณ์ล้วนอยู่ในบรรยากาศแห่ง “ไทยแลนด์ ๔.๐”
บางคนเคยสะท้อนความล้ำเลิศของ”กูเกิ้ล”มาแล้วด้วยซ้ำ
แต่เมื่อตกอยู่ในบรรยากาศ ตกอยู่ในสถานการณ์กลับตีความและเข้าใจไปอีกอย่าง
มองความเศร้าเสียใจของคนเป็นเหมือนกับ”อีเว้นท์”
ขณะเดียวกัน ก็มองข้ามพลานุภาพแห่ง”โซเชียล มีเดีย”อันเหมือนกับตาสับปะรดที่รายเรียงอยู่รอบข้าง
ที่คิดจะต่อต้าน”ไวรัส”ก็พลันกลายเป็น”ไวราล”