FootNote:ลักษณะรุก #Safe วันเฉลิม ลักษณะ‘รับ’ของ‘ประยุทธ์’
พลันที่มีการส่ง “เจ้าหน้าที่” ออกไปติดตามการเคลื่อนไหวของป้ายผ้า การเคลื่อนไหวของการผูกโบว์และริบบิ้นตามจุดต่างๆใน ทางการเมือง
นั่นคือ ลักษณะของการตั้งรับจากกรณี #Safe วันเฉลิม อย่างเด่นชัด
ขณะเดียวกัน แม้ภายในการตั้งรับนี้ “เจ้าหน้าที่” จะพยายาม งัดเอาพรบ.รักษาความสะอาดมาเป็นเครื่องมือในการจัดการ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เท่ากับไปมีส่วนช่วยโหมฮือกระพือข่าว
ทำให้การผูกโบว์และริบบิ้นขาวซึ่งเป็นเรื่องเกิดขึ้นในวงแคบๆกลายเป็นข่าวในวงกว้าง ได้รับความสนใจในทางสังคม นำไปสู่สภาวะแห่งทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์
เท่ากับถลำลงไปในเป้าหมายซึ่งสหภาพนักเรียน นิสิตนักศึก ษาแห่งประเทศไทยกำหนดวางเอาไว้
เหมือนกับกรณี”ปฏิทิน” เหมือนกับกรณี”ขันแดง”
ต้องยอมรับว่ากรณีผูกโบว์และติดริบบิ้น”ขาว”ของสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เป็นการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์
มิได้เป็นการชุมนุมทางการเมือง มิได้ต้องการเรียกร้องต้องการในเรื่องการลงสู่ท้องถนน
เป็นกระบวนการเคลื่อนไหวในแบบ Flash Mob
เป็นกระบวนการเลี้ยงกระแสและสร้างความต่อเนื่องให้เห็นในเป้าหมายเพื่อ #ตามหาความจริง ให้เห็นในเป้าหมายเพื่อ #Safe วันเฉลิม
จึงไม่ว่าจะงัดเอาพรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะงัดเอาพรบ.การรักษาความสะอาด ล้วนเข้าทางของสหภาพ นักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ครบถ้วน
ในเมื่อพวกเขาไม่ระย่อต่อ”เครื่องมือ”เหล่านี้เสียแล้ว ทุกอย่างก็จะเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าหน้ากระทรวงกลาโหม ไม่ว่าบริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ต่อให้มีการซ้อมปราบจลาจล ก็มิอาจต้านการเคลื่อนไหวได้
นับแต่ Flash Mob ปรากฎขึ้นในเดือนธันวาคม 2562 เป็นต้นมา รูปการเคลื่อนไหวทางการเมืองของสังคมประเทศไทยก็ก้าวเข้าไปสู่สภาพการณ์ใหม่
จะใช้ความจัดเจนแบบเดือนตุลาคม 2516 จะใช้ความจัดเจนแบบเดือนพฤษภาคม 2535 มาประเมินย่อมผิดพลาด
คนที่เคลื่อนไหวก็มิได้เป็นคน”หน้าเดิม”หากเป็น”หน้าใหม่”
มิใช่พันธมิตร มิใช่กปปส. มิใช่นปช. หากแต่ล้วนเป็นละอ่อน อยู่ตามโรงเรียน วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย
พวกเขาล้วนเป็น “คนหน้าใหม่” มาพร้อมกับ “นวัตกรรม”ใหม่ในทางการเมือง