FootNote : ข้อเรียกร้อง เยาวชนปลดแอก เสียงขานรับจาก “ทั่วประเทศ”

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ไม่เพียงแต่คนของพรรคเพื่อไทยจะไปเร่งรัดต่อคณะกรรมาธิการศึกษาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้รีบจัดทำบทสรุปภายในเดือนสิงหาคมแทนที่จะเป็นเดือนกันยายน
หากพรรคเพื่อไทยก็เดินหน้าให้ประจักษ์ถึงเป้าหมายในการแก้ไขไปยังมาตรา 269-272 ของรัฐธรรมนูญ
ปรากฏการณ์เหล่านี้สะท้อนอะไร
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า ไม่ว่าจะมองจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองจากพรรคก้าวไกล เท่ากับเป็นการขานรับต่อข้อเสนอและเสียงเรียกร้องจาก “เยาวชนปลดแอก” ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ในอีกด้านหนึ่งจึงเท่ากับเป็นการยอมรับว่ากระบวนการเรื่อยๆ มาเรียงๆของคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรอาจมิได้เป็นหลักประกันอย่างเพียงพอ
เพราะหากยึดถือตามกรรมาธิการศึกษาวิธีการแก้ไขก็ต้องรอจนกว่าจะถึงเดือนกันยายน
บทสรุปที่ว่า “ปาหี่” บทสรุปที่ว่า “ซื้อเวลา” ก็เด่นชัด

จากการชุมนุมเมื่อตอนค่ำวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมอันเหมือนกับเป็นการจุดประกาย ล่วงมาถึงวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม เด่นชัดอย่างยิ่งว่าปรากฏการณ์ “เยาวชนปลดแอก” มีการขยายตัว
เป็นการขยายตัวอันเติบใหญ่และพัฒนาไปกว่า “แฟลชม็อบ” ในห้วงก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด
เป็นการขยายตัวในลักษณะ “ก้าวกระโดด”
ที่สำคัญเป็นอย่างมาก็คือ การตะโกน “ออกไป ออกไป” มิได้เป็นเรื่องของเสียงอย่างเดียว หากแต่มีการเสนอและเรียกร้องออกมาเป็นระบบผ่าน 3 ข้อสำคัญ
1 หยุดคุกคามประชาชน 1 แก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และจากนั้นนำไปสู่ 1 ยุบสภาเพื่อมอบโอนอำนาจให้กับประชาชน
การยกรั้วที่กั้นขวางระหว่างบาทวิถีกับบนถนนราชดำเนินได้สำเร็จในตอนค่ำของวันที่ 18 กรกฎาคม คือการทลายปราการของการชุมนุมลงได้อย่างสิ้นเชิง

ไม่ว่ารัฐบาล ไม่ว่ารัฐสภาที่ควรให้ความสนใจเป็นอย่างสูงก็คือ ข้อเสนอ 3 ข้ออันมาจาก “เยาวชนปลดแอก” ดำเนินไปอย่างไร
ได้รับการขานรับอย่างคึกคัก กว้างขวางหรือไม่
หากดูจากสภาพความเป็นจริงของการชุมนุมไม่ว่าที่เชียงใหม่ ไม่ว่าที่อุบลราชธานี ไม่ว่าที่ปัตตานี ไม่ว่าที่ชลบุรี ไม่ว่าที่สุพรรณบุรี ล้วนยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อ

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน