FootNote:สถานะ เป็นฝ่ายตั้งรับ เป็นฝ่ายถอย ของรัฐบาล ของประยุทธ์ จันทร์โอชา
ไม่ว่ากรณี”เรือดำน้ำ” ไม่ว่ากรณี”เหมืองทองอัครา” ไม่ว่ากรณี”รัฐธรรมนูญ” ถามว่าสถานะของรัฐบาล สถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินไปอย่างไร
ดำเนินไปในลักษณะของการรุกในทางการเมือง หรือดำเนินไปในลักษณะตั้งรับในทางการเมือง
หากอยู่ในสถานะ “รุก” ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะหารือร่วมกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
แล้วจากนั้นพรรคภูมิใจไทยก็มีมติจะเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แล้วจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็มีมติจะเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
ทั้งๆที่ร้อยวันพันปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เคยมีความคิดที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แม้จะมีการบรรจุไว้ในท่วงทำนองแบบ”นโยบายเร่งด่วน”ก็ตาม
นี่คือรูปธรรมแห่งการตั้งรับในทางการเมือง เพราะการรุกเข้ามาของ”เยาวชนปลดแอก”
ยิ่งเมื่อมองเข้าไปยังกระบวนการจัดซื้อ”เรือดำน้ำ”ลำที่ 2 ลำที่ 3 อันปรากฏอยู่ในงบประมาณของกองทัพเรือ ยิ่งมองเห็นสภาวะพะอืดพะอมในทางการเมือง
ถึงจะอยากได้สักเพียงใด ถึงอยากจะสนองประโยชน์ให้กับกองทัพเรือสักเพียงใด
แต่ก็ไม่อาจผลักดันงบประมาณนี้ให้ก้าวรุดหน้าไปด้วยความอง อาจสง่างาม แม้จะเป็นรัฐบาล แม้จะกุมจำนวนเสียงข้างมากภายในคณะกรรมาธิการวิสามัญก็ตาม
หากเมื่อใดรัฐบาลออกมากำหนดให้มีการชะลอและเลื่อนออกไปนั่นหมายถึงการถอย หมายถึงการต้องยอมจำนนต่อการรุกเข้ามาอย่างต่อเนื่องของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย
ยิ่งกรณีเสียค่าโง่ในเรื่องเหมืองทองอัครายิ่งมีความแจ่มชัด
แจ่มชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังติดกับดักอยู่ในคำพูดและสถานะทางการเมืองของตน
ไม่ว่าในทางการเมือง ไม่ว่าในทางการทหาร ไม่ว่าในทางการตลาด มีความจำเป็นต้องยึดสถานะอันเป็นฝ่ายรุกของตน
ยิ่งเป็นรัฐบาล ยิ่งเป็นนายกรัฐมนตรี ยิ่งมีความจำเป็นต้องรักษาและยึดกุมเป็นฝ่ายรุก เป็นฝ่ายกระทำ
หากเมื่อใดตกเป็นฝ่ายตั้งรับ เป็นฝ่ายถอย เมื่อนั้นก็ต้องระวัง