FootNote:ท่าที ของรัฐบาล ต่อรัฐธรรมนูญ 19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร

ยิ่งใกล้ถึง “19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร” ประเด็นว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญยิ่งมีความแหลมคม

เป็นความแหลมคมจากรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล

ไม่ว่าจะมองผ่านบทบาทของ ส.ว.อย่าง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อย่าง นายเสรี สุวรรณภานนท์ และระดับ นายพรเพชร วิชิตชลชัย

ไม่ว่าจะมองผ่านบทบาทของพรรคพลังประชารัฐผ่าน นายวิรัช รัตนเศรษฐ์ ประธานวิป ผ่าน นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค

ไม่ว่าจะมองผ่านมติของพรรครวมพลังประชาชาติไทยอันประสาน และแนบแน่นอย่างยิ่งกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มไทยภักดี ปกป้องรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ราวจงอางหวงไข่

นี่ย่อมท้าทายโดยตรงไปยังท่าทีและการเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพิเศษ

มีความเด่นชัดยิ่งขึ้นเป็นลำดับการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องยาก

เบื้องหน้าสถานการณ์ทางการเมืองก่อนเข้าสู่การพิจารณาญัตติว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าที่เสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าที่เสนอโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน

หากท่าทีของพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทยออกมาเช่นนี้

เมื่อประสานกับท่าทีของ 250 ส.ว.ก็มองเห็นอย่างเด่นชัด

เด่นชัดว่าแม้ญัตติที่จะอาศัยการแก้ไขผ่านมาตรา 256 จะผ่าน แต่ก็ต้องผ่านภายใต้การกำกับของรัฐบาลของ 250 ส.ว.และของพรรคพลังประชารัฐ

ความหวังที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่าน ส.ส.ร.กลายเป็นสูญ

ความหวังที่จะปิดสวิตช์ 250 ส.ว.ยิ่งหายไปในอากาศธาตุเพราะทุกอย่างยังดำรงสถานะแห่งรัฐธรรมนูญเป็นการร่างเพื่อพวกเราเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปรเปลี่ยน

เท่ากับสะท้อนให้เห็นว่าไม่สามารถฝากความหวังไว้กับรัฐบาล ไว้กับพรรคพลังประชารัฐไว้กับ 250 ส.ว.อย่างเด็ดขาด

ปัจจัยอย่างนี้เองที่จะทำให้การเคลื่อนไหวใน”19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร” มีความหมายเป็นอย่างสูง

เป็นความหมายในการ”ทวงอำนาจ” แล้ว”คืนราษฎร”

การเคลื่อนจากธรรมศาสตร์ สนามหลวง ถนนราชดำเนินไปยังทำเนียบรัฐบาลมีความสำคัญขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน