FootNote : ภาพลักษณ์ ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ บทบาท เหี้ยมหาญ “ตำรวจ”

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ท่วงท่าอาการระหว่างรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับท่วงท่าอาการของกลไกอำนาจรัฐบางกลไก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินไปอย่างไม่สอดประสาน

รูปธรรมที่เห็นอย่างเด่นชัด ไม่ว่าเมื่อเดือนสิงหาคม ไม่ว่าเมื่อเดือนตุลาคม คือท่วงท่าอาการต่อ “เยาวชนปลดแอก”

หากมองแต่ด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็อย่างหนึ่ง

กล่าวคือเหมือนกับเปี่ยมด้วยจิตใจอันเปิดกว้าง ยินดีรับฟังข้อเสนอ ข้อเรียกร้องอย่างเต็มที่ เปี่ยมด้วยความเมตตา รักและห่วงใยเหมือนกับเป็นลูกหลาน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ถึงกับออกแถลงการณ์พร้อมที่จะถอยกันคนละก้าว และเมื่อผ่านการอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเมื่อวันที่ 26-27 ตุลาคม

ก็แสดงความพร้อมในการเดินหน้าสนับสนุนในการจัดตั้งสิ่งที่เรียกว่า “คณะกรรมการสมานฉันท์” เปิดโหมดปรองดองขึ้น

แล้วบทบาทสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างไร

ต้องยอมรับว่าบทบาทของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นบทบาทในการแสดงบทผู้รักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เดินตามหลักนิติศาสตร์แน่วแน่ ไม่มีวอกแวกหวั่นไหว

เริ่มตั้งแต่ไม่ได้ให้ความสนใจต่อข้อเรียกร้อง “หยุดคุกคาม”ประชาชนแม้แต่น้อย

ตามมาด้วยความพร้อมที่จะนำเอาหลักแห่งกฎหมายมาสกัดขัดขวางการชุมนุมทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็น ณ ท้องสนามหลวง

หากเห็นว่าจังหวะเหมาะสมก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ที่จะส่งกำลังพร้อมยุทโธปกรณ์ครบครัน ตบเท้าเข้าสลายการชุมนุม ไม่ว่าบริเวณหน้าทำเนียบ ไม่ว่าบริเวณย่านสยามสแควร์

แม้ผู้ชุมนุมจะชุมนุมอย่างสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ แม้ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่จะเป็นเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา

จึงเท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เล่นบทผู้ใหญ่ใจดี แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เล่นบทมือปราบเหี้ยมหาญ

ทั้งๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เล่นบทผู้ใหญ่ใจดี แต่เหตุใดเสียง ร้องตะโกน “ออกไป ออกไป”กลับดังกระหึ่มและทวีความรุนแรงเข้มข้นมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

นั่นก็เพราะบทเหี้ยมหาญอันมาจาก “ตำรวจ”เป็นสำคัญ

ความเหี้ยมหาญของตำรวจได้กลบทับการแสดงตนเป็น “ผู้ใหญ่ใจดี” อันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงไปอย่างสิ้นเชิง

นี่ย่อมเป็นประเด็นอันเกี่ยวกับ “ภาพลักษณ์”โดยตรง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน