รายงานพิเศษ : ส่องประเด็นร้อน-ซักฟอกรัฐบาล

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ส่องประเด็นร้อน-ซักฟอกรัฐบาล : ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นช่วงกลางก.พ. เป็นที่จับตาของหลายฝ่าย

ไม่เพียงการแพร่ระบาดของโควิด แต่การบริหารจัดการที่ถูกวิจารณ์ว่าล่าช้า ไม่ถูกจุด ได้ก่อปัญหาใหม่ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเยียวยา บ่อน-แรงงานต่างด้าวต้นตอการแพร่ระบาด ล่าสุดคือความไม่โปร่งใสเรื่องวัคซีน

และยังมีปมปัญหาเก่า อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยังไม่คืบหน้า รวมถึงความขัดแย้ง ซึ่งไม่เพียงแก้ไม่ได้ หากรัฐบาลกลายมาเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง

เหล่านี้เป็นเรื่องที่นักวิชาการ นักการเมือง นักเคลื่อนไหว มองว่าจะเป็นประเด็นร้อนชำแหละรัฐบาล

สมบัติ บุญงามอนงค์

นักเคลื่อนไหวทางการเมือง

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นช่วงเดือนก.พ. นี้ ประเด็นใหญ่สุดที่ฝ่ายค้านน่าจะหยิบยกขึ้นมาใช้อภิปรายรัฐบาล คือประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในขณะนี้

เพราะเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบมาถึงพี่น้องประชาชนอย่างถ้วนหน้า และเป็นประเด็นที่เชื่อว่าประชาชนจะให้ความสนใจมากที่สุดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ส่วนปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 คิดว่าจะเป็นการอภิปรายเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลใช้แก้ปัญหาให้ประชาชน ทั้งด้านสุขภาพ และด้านเศรษฐกิจ พ่วงไปถึงการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนด้วย

ส่วนเรื่องทางการเมืองคิดว่าประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นหัวใจของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้งนี้ เพราะจนถึงขณะนี้ยังดูไม่มีความคืบหน้าอะไรมาก จึงคิดว่าน่าจะเป็นอีกประเด็นที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปราย

สำหรับปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดนั้น ส่วนตัวเชื่อด้วยว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านจะโยงไปถึงการทำงานด้านความมั่นคงด้วย เพราะการระบาดของโควิด-19 ในรอบแรก ประชาชนคนไทยให้ความร่วมมือกับรัฐดีมากจนไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มาอย่างยาวนาน

แต่ระลอกสองที่เกิดการแพร่ระบาดอีกครั้งภายในประเทศ มองได้ว่าเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดการของรัฐอย่างชัดเจน เพราะเห็นได้ว่าเกิดจากการเข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย และมีขบวนการเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวพัน

แต่ไม่น่าเชื่อว่าที่ฝ่ายอำนวยการที่จัดการเรื่องโควิด-19 จะมองไม่ออกว่าจุดนี้คือปัญหาที่ทำให้เกิดรูรั่ว ซึ่งน่าจะรั่วมานานแล้วก่อนจะเกิดเรื่องขึ้นมา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นที่ จ.สมุทรสาคร ชัดเจนมากว่าต้องรั่วมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ไม่ใช่แค่กลุ่มแรก กลุ่มที่สอง หลุดเข้ามา กลุ่มสองกลุ่ม

ผมมองว่าไม่ใช่การหลุดรอดเข้ามาแต่เป็นรูรั่ว เป็นอุโมงค์ที่เข้ามาเลย เป็นความหย่อนยานของรัฐ นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องบ่อนในแต่ละพื้นที่ที่ทำให้เกิดการระบาดอีก ซึ่งแน่นอนว่าต้องอยู่บนความรับผิดชอบของรัฐ เหตุผลทั้งหมดนี้ ผมจึงมองว่าเรื่องนี้ก็สามารถหยิบยกขึ้นมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้

ส่วนประเด็นปัญหาเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาก็เป็นเรื่องที่นำมาอภิปรายได้เช่นกัน เพราะวิธีการเยียวยาที่รัฐ ใช้ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม เนื่องจากมีทั้งคนที่ได้รับ กับไม่ได้รับ ถามว่าคนที่ไม่ได้รับการเยียวยาเขาผิดอะไร วิธีการประเภทให้แข่งกันลงทะเบียนเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินไป

รัฐต้องใช้วิธีการอื่นเพื่อให้เกิดความทั่วถึง จากนั้นค่อย ไปตรวจสอบอีกครั้งว่าใครที่มีกำลังดูแลตัวเองได้ค่อยตัด ออก ไม่ใช่ให้เอาสมาร์ตโฟนมากดแข่งกันแบบนี้ ซึ่งผมมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นยังไม่สามารถจะทำให้รัฐบาลออกไปได้ เพราะอย่าว่าแต่ศึกซักฟอกรัฐบาล ขนาดม็อบที่มีผู้คนออกมามากขนาดนี้ รัฐบาลนี้ควรจะไปได้แล้วแต่เขายังดื้อตาใส

ดังนั้น สุดท้ายการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้คงทำได้เพียงให้เกิดความรู้สึกของประชาชน เพื่อจะใช้ตัดสินในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

จาตุรนต์ ฉายแสง

อดีตรองนายกฯ

 

เรื่องใหญ่ๆ ที่ฝ่ายค้านต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หนีไม่พ้นการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศและประชาชนด้านต่างๆ ทั้งแง่การแพร่ระบาด และผลกระทบด้านเศรษฐกิจ

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนมากกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก เนื่องจากการบริหารงานที่ผิดพลาด การปล่อยให้เกิดการแพร่ระบาด เกิดการทุจริตรับสินบน ไม่สรุปบทเรียนการรับมือจากการแพร่ระบาดรอบแรก ยังคงใช้มาตรการรับมือแบบเดิมๆ ไม่เพิ่มขีดความสามารถด้านสาธารณสุข แก้ปัญหาแบบเหวี่ยงแหเกินกว่าเหตุ

ได้สร้างความเสียหายให้ประชาชนหลายล้านคน นำไปสู่การใช้เงินมหาศาลโดยไม่ครอบคลุมผู้เดือดร้อน โดยเฉพาะคนตกงานจำนวนมาก เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจหลายแสนล้านบาทเป็นอย่างน้อย

หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีวิสัยทัศน์ จัดความสมดุลระหว่างการป้องกันด้านสาธารณสุขและการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ ความเสียหายอาจไม่มากขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เราอยู่ในจุดที่ป้องกันและควบคุมโรคได้ดี เศรษฐกิจก็กำลังจะฟื้นตัว แต่พอระบาดรอบสอง พล.อ.ประยุทธ์ขาดความเข้าใจ ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจตกต่ำลงไปอีก

นอกจากปัญหาโควิดที่เป็นเรื่องใหญ่แล้ว ยังมีเรื่องความไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การคุกคามนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน มีแนวโน้มทำให้สังคมก้าวไปสู่ความขัดแย้งและรุนแรง รวมถึงปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ขึ้นอยู่ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลและทำการบ้านได้ดีมาก แค่ไหน

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะปัญหาประเทศขณะนี้หนักหนาสาหัส ทิศทางการบริหารของรัฐบาลผิดพลาด ส่งผลให้แก้ปัญหาต่างๆ ไม่ได้ และกลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ๆ ให้เกิดเพิ่มขึ้นอีก

หากฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดี และสื่อมวลชนขานรับในการเผยแพร่ข้อมูลก็จะส่งผลสะเทือนให้รัฐบาลต้องปรับปรุงแก้ไข หรือทำให้พรรคร่วมรัฐบาลกดดันพล.อ.ประยุทธ์ให้เกิดการปรับปรุงมากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งหมดจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นกับข้อมูลการอภิปรายของฝ่ายค้าน

ขณะนี้ประเทศหนักหนาสาหัสมาก เศรษฐกิจเสียหาย หลายเปอร์เซ็นต์ของจีดีพี คิดเป็นความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่า 10 ล้านคน ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากเหตุสุดวิสัย แต่เป็นเพราะการบริหารบกพร่องผิดพลาดของรัฐบาล

หากฝ่ายค้านสามารถชี้ให้ประชาชนเห็นได้ว่าความเสียหายมากมายมหาศาลขนาดนี้เกิดจากความผิดพลาดของรัฐบาล รัฐบาลก็น่าจะอยู่ยากมาก อีกทั้งการให้รัฐบาลนี้อยู่ต่อไป จะยิ่งสร้างความเสียหาย เดือดร้อนกันทั้งประเทศเพิ่ม มากขึ้น

ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายได้ดีจะทำให้รัฐบาลอาการหนักสุดในรอบหลายปี ส่วนจะมีผลกับพรรคร่วมรัฐบาลแค่ไหนก็ต้อง มาดูว่าฝ่ายค้านนำเสนอเนื้อหาสาระได้ดีเพียงใด เล็งเป้าไปที่ส่วนใดของรัฐบาล

หลักๆ คือการอภิปรายไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมีปัญหาการบริหารประเทศที่ขาดวิสัยทัศน์ ผูกขาดอำนาจ มีปัญหาการประสานงานกับเจ้ากระทรวงต่างๆ ซึ่งต่างพรรค และทำงานแบบมีอิสระต่อกัน

ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายแบบกระจายเป้าเกินไป อาจทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ลอยตัว พรรคร่วมรัฐบาลที่ถูกโจมตีคิดว่าตัวเองอาจเดือดร้อนก็ต้องออกมาปกป้องรัฐบาล

จึงขึ้นกับกลยุทธ์ของฝ่ายค้านว่าจะอภิปรายพุ่งเป้าไปที่ใคร และการใช้ผู้อภิปรายที่เป็นดาวรุ่งหน้าใหม่และมีประสิทธิภาพ จะทำให้การอภิปรายน่าสนใจขึ้น

วิโรจน์ อาลี

รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

 

ประเด็นที่ควรนำมาเป็นเรื่องหลักในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคงเป็นเรื่องการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 เพราะมีผลกระทบทั้งในวงกว้าง ไปถึงผลกระทบเชิงคำสั่ง และรัฐบาลยังมีมาตรการช่วยเหลือล่าช้า อีกทั้งการเยียวยาไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์จนกว่าจะมีวัคซีน ซึ่งเรื่องวัคซีนก็ยังมีปัญหาอีก

รัฐบาลควรเร่งรับฟังความคิดเห็นและปรับยุทธวิธี โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจช่วงโควิดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และประชาชนให้ความสนใจมาก

ส่วนประเด็นปัญหาบ่อนพนัน และแรงงานต่างด้าวต้องนำมาคุยกันด้วย เพราะแสดงถึงความหละหลวมในการบริหารจัดการ ทั้งที่ไทยขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ปิดกั้นการเข้ามาของเชื้อโรค และแก้ไขการแพร่ระบาดได้จากการใส่ใจของประชาชนเอง ซึ่งต้องให้เครดิตประชาชนด้วย แต่รอบนี้มาจากจุดอ่อนที่ตัวรัฐทั้งสิ้น หนีไม่พ้นที่เรื่องเหล่านี้จะถูกหยิบมาซักฟอกเป็นธรรมดา

การเยียวยาล่าสุดที่ถูกวิจารณ์เพราะความล่าช้า ไม่ชัดเจน ไม่ทั่วถึงและมีเงื่อนไขเยอะเกินไป เข้าใจว่ารัฐบาลคงต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน แต่ก็ต้องมองไปข้างหน้าแล้วว่าเราจะแก้ไขอย่างไรเมื่อโควิดหายไป

ต้องมาพูดคุยเรื่องวัคซีน การฟื้นฟูเศรษฐกิจ รัฐต้องทำงานในเชิงรุกและระยะยาวให้มากขึ้นแต่เรายังมองไม่เห็นเรื่องเหล่านี้เลย การคิดแค่ว่าเมื่อโควิดหายแล้วทุกคนอยากมาลงทุนในประเทศเรา มันดูง่ายเกินไป

การฉีดวัคซีนประเทศเพื่อนบ้านเราทำกันไปแล้ว ถ้าเราฉีดช้าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเม็ดเงินในการท่องเที่ยวอาจหาย อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องวัคซีนไม่มีความโปร่งใส สตอรี่วัคซีนเปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ จะซื้อมาผลิตเอง หรือซื้อจากจีนยังไม่มีความชัดเจน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

นอกเหนือจากโควิดอยากให้หยิบเรื่องความปรองดอง การแก้ปัญหาความไม่พอใจต่างๆ มาคุยกันด้วย เพราะเมื่อเกิดปัญหาโควิดก็ไม่มีการจัดชุมนุม พอไม่มีชุมนุมรัฐบาลก็จัดหนักดำเนินการคดีต่างๆ ขณะที่มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์แต่ท่าทีของรัฐที่นำไปสู่ทางออกเรายังไม่เห็น

อยากให้เร่งทำ เพราะถ้าโควิดหายเรื่องนี้จะกลายเป็นปัญหาของคุณเอง ฉะนั้นรีบหาทางออก เพราะรัฐบาลเองก็มีองคาพยพ แต่ดูเหมือนจะไม่มูฟออนที่จะแก้ไข ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม มองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจยากจะ น็อกรัฐบาลได้ เพราะถ้าประเมินจากการอภิปรายที่ผ่านมาว่ายังไม่มีความชัดเจน และตอนนี้เราอยู่ในสภาวะที่ประชาชนต้องเอาตัวรอด ต้องช่วยเหลือตัวเอง ภาพรวมตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสภาได้

อีกทั้งตอนนี้รัฐบาลยังเข้มแข็งอยู่ในเชิงโครงสร้างของอำนาจ ยังมีพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องชี้ให้เห็นถึงปัญหาในการทำงาน แล้วจะทำอย่างไรให้ปรับไปในทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้น ทำอย่างไรก็ได้ที่ทำให้รัฐบาลเห็นและเข้าใจปัญหา แล้วปรับยุทธวิธีในการบริหารจัดการทั้งหมด

เพราะตอนนี้มีการบริหารที่ตลก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ โควิด ไปอยู่ในมือนายกฯ หมด แต่ละกระทรวงก็ทำงานสะเปะสะปะไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต้องปรับแก้

แต่จะอย่างไรประชาชนต้องได้รับรู้ว่ามันเกิด อะไรขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน