FootNote มอง การเคลื่อนไหว ในพม่า ย้อนมา พิศการเมือง ในไทย

ปฏิบัติการยึดอำนาจของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย กำลังถูกโยงเข้ามายังปฏิบัติการยึดอำนาจของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และปฏิ บัติการยึดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

1 เป็นปัจจัยจากผลการเลือกตั้ง 1 เป็นปัจจัยจากเป้าหมายคือ นางอองซาน ซูจี

หากรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 มาจากความไม่พอใจ ต่อการเลือกตั้งที่พรรคของ นางอองซาน ซูจี กำชัยเหนือพรรคทหารอย่างถล่มทลาย

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าชัยชนะที่พรรคไทยรักไทยได้มาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 คือจำนวน 377 จากทั้งหมด 500 พรรคประชาธิปัตย์กลายเป็นพรรคต่ำร้อยโดยอัตโนมัติ

ขณะเดียวกันเป้าหมายของรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่เป้าหมายของรัฐประหารใน เดือนกุมภาพันธ์ 2564 คือ นางอองซาน ซูจี

ผลก็คือ ไม่ว่ารัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่ารัฐประหาร เดือนพฤษภาคม 2554 ย่อมเป็นคู่แฝดกับในเดือนกุมภาพันธ์ 2564

ยิ่งกว่านั้น หากติดตามกระบวนการต่อต้านรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ไม่ว่าจะเป็นที่หน้าสถานทูตพม่าในกรุงเทพฯ ไม่ว่า ตามเมืองใหญ่ในพม่า

พื้นฐานอย่างหนึ่งอันเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน คือ การลุกขึ้นมาของเยาวชน คนรุ่นใหม่

ไม่ว่าจะเป็น นิสิตนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้แรงงานตามโรงงานต่างๆต่างพากันชู 3 นิ้ว

คัดค้านต่อต้านรัฐประหารและการเข้ามาของบรรดานายพลทั้ง หลายในทางการเมือง ขณะเดียวกัน ก็เรียกร้องให้ปลดปล่อยผู้ถูกจับกุมและคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน

นี่ย่อมเป็นบรรยากาศที่เหมือนกับ”เยาวชนปลดแอก”อย่างยิ่ง

หากปิดเสียงที่ร้องตะโกนและเปล่งคำขวัญ ดูเพียงภาพที่ปรากฏทางสื่อออนไลน์ก็เหมือนกับเป็นสถานการณ์เดียวกัน

กล่าวสำหรับสถานการณ์ในพม่าหากนับจากเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะทางด้านของทหาร ไม่ว่าจะทางด้านของประชาชน

ยังไม่มีใครรู้ว่าจุดจบของสถานการณ์จะเป็นอย่างไร จะต้องอยู่

“อย่างไทย” หรือว่าจะพลัดตกไปอยู่”อย่างทาส”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน