FootNote:ทำไมข่าวสารจากผู้ถูกจำขังจึงดัง วันแล้ววันเล่าต่อเนื่อง
คล้ายกับการจับกุมและฝากขังอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีกำหนดจะทำให้ ไม่ว่า นายอานนท์ นำภา ไม่ว่า นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ไม่ว่า นายไผ่ ดาวดิน จะถูกจำกัดกรอบ ขอบเขต
เป้าหมายสำคัญก็คือ ไม่สามารถเคลื่อนไหว ไม่สามารถสำแดง บทบาทใดๆในทางการเมืองได้
แต่คำถามก็คือ แล้วทำให้ชื่อของ นายอานนท์ นำภา ถูกลบหายไปจากสารบบทางด้านการข่าวหรือไม่ แล้วทำให้ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ จ่อมจมเหมือนพรหมลูกฟักหรือไม่
แล้วทำให้ภาพของ นายไผ่ ดาวดิน ที่ร่าเริง แจ่มใส ประกายตา เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นจางจากหมดสิ้นไปหรือไม่
คำตอบที่แม้กระทั่งคนที่เกลียดชัง นายอานนท์ นำภา นายไผ่ ดาวดาว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ อย่างเข้ากระดูกดำ ไม่อยากได้ยินชื่อ ไม่ต้องการได้ยินเสียงก็ต้องยอมรับก็คือ
ไม่ว่าทนาย ไม่ว่าเพนกวิ้น ไม่ว่าไผ่ไม่เคยหายไปแม้แต่วันเดียว
พลันที่สาร”ช่วยเราด้วย”ดังจากภายในคุก พลันที่มีการคุกคาม การอดอาหารของเพนกวิ้น สังคมก็ขานรับและส่งแรงใจไปช่วยด้วย ความคึกคัก
กรณีสารอันกึกก้องมาจากภายในคุกซึ่งกำลังได้รับการสอบสวนจากศาลอยู่ในขณะนี้สามารถมองได้หลายด้าน
คำถามก็คือมีความเป็นจริงดำเนินไปอย่างไร
ความสงสัยนี้ไม่เพียงแต่ดังขึ้นภายในคลับเฮาส์หลายต่อหลาย คลับเฮาส์ในทางการเมือง หากแม้กระทั่งคนที่เคยมีประสบการณ์ใน แดนตารางก็แสดงความกังขา
นี่เป็นการสร้างข่าวขึ้นเองของ นายอานนท์ นำภา กระนั้นหรือ
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายอานนท์ นำภา คือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากชะตากรรมอันเกิดขึ้น อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายอานนท์ นำภา มิได้เป็นทนายความอย่างธรรมดา
หากเป็นทนายสิทธิมนุษยชน มีประสบการณ์ต่อเนื่องยาวนาน
คำตอบสุดท้ายจึงมิได้อยู่ที่ความเห็นอันกระจัดกระจาย หากแต่จะต้องมาจากบทสรุปของศาลเป็นสำคัญ
ความเป็นจริงหนึ่งซึ่งต้องยอมรับก็คือ การขังคุกมิได้เป็นที่สุดไม่ว่าจะมีเป้าหมายและความต้องการในการดำเนินมาตรการเช่นนี้อย่างไร เพราะว่าเป็นการกักขังทั้งๆที่ยังมิได้มีคำพิพากษา
สายตาจึงมิได้มองไปยังเรือนจำ มิได้มองไปยังกรมราชทัณฑ์ หากแต่ยังมองไปยังดุลพินิจและความเป็นจริงของ”กฎหมาย”
ภาพของ”ศาลสถิตยุติธรรม”จึงลอยเด่นขึ้นมา
เมื่อเป็นคำถามในเชิง “กฎหมาย” ในเชิงความยุติธรรมและความเป็นธรรม สายตาจึงมองไปยัง”ศาลสถิตยุติธรรม”