FootNote : สปอตไลต์สู่ จตุพร พรหมพันธุ์ ไฉนมีเงา ทักษิณ ชินวัตร ทับอยู่
พลันที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประกาศจะเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มพลังต่างๆ ในภาคประชาชน โดยเริ่มบาทก้าวแรกในวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน ณ สวนสันติพร ใกล้กับ สน.ชนะสงคราม
ความเห็นในด้านลบก็ดังขึ้น ไม่ว่าจะมาจากภายในทำเนียบรัฐบาล ไม่ว่าจะมาจากภายในพรรคพลังประชารัฐ
ความหวาดกลัวประการหนึ่งเป็นความหวาดกลัวที่การเคลื่อนไหวที่นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ จะเข้าไปเสริมพลังและสร้างความเข้มแข็งให้กับการเคลื่อนไหวของเยาวชนคนรุ่นใหม่
ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่ม REDEM ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวผ่านหมู่บ้านทะลุฟ้า
ความหวาดกลัวอีกประการหนึ่งเห็นได้จากการโยนข้อกล่าวหาอย่างที่เคยมีการกล่าวหาต่อคนเสื้อแดงในห้วงเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 นั่นก็คือเป็นการเคลื่อนไหวในแบบ “สู้แล้วรวย”
พยายามป้ายสีให้เห็นความสัมพันธ์ของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ให้เกี่ยวโยงไปยัง นายทักษิณ ชินวัตร
หากจับกระบวนการป้ายสีจากหน่วยปฏิบัติการไอโอทางด้านการข่าวต่อการเคลื่อนไหวต่อสู้จากเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 มายังการ เคลื่อนไหวในเดือนเมษายน 2564
ก็จะมองเห็นความสัมพันธ์ยึดโยงจากที่เคยป้ายสีให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มายัง นายทักษิณ ชินวัตร
ต่อการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก”และ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ก็มองว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นคนอยู่เบื้องหลัง ทำตนเป็น “ท่อน้ำเลี้ยง”
และเมื่อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ปรากฏตัวขึ้น ความเคยชินทำให้ไม่ว่าเสียงจากทำเนียบรัฐบาล เสียงจากพรรคพลังประชารัฐมองว่ายึดโยงไปยัง นายทักษิณ ชินวัตร
ทั้งๆที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ เพิ่งชนกับพรรคเพื่อไทยมาร้อนๆ
ยิ่งกล่าวหาว่าได้รับพลังจาก นายทักษิณ ชินวัตร มาขับเคลื่อน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ยิ่งฮึดเคลื่อนไหวอย่างเต็มกำลังเพื่อเอาชนะ
ไม่ว่าจะมองกระบวนการเคลื่อนไหวของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่ามีแรงผลักดันอย่างไร แต่การออกโรงในวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน ก็ทรงความหมายยิ่งในทางการเมือง
เพราะเป็นการออกโรงของผู้มีความจัดเจน จึงเหมือนกับเป็นพิมพ์เขียวและเป็นบทเรียนให้กับบรรดาเยาวชนคนรุ่นใหม่อย่างดี