FootNote:สถานะเกียรติภูมิ อันเปราะบาง ของรัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ขณะที่เสียงสะท้อนจาก หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมไทย สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ในเรื่อง “วัคซีน”
ตรงกับข้อสังเกตของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
บทสรุปร่วมของ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ให้มีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นใหม่ เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ “พิเศษ” ซึ่งก็คือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด
ก็สอดรับกับบทสรุปร่วมไม่ว่าจะจาก 40 ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทใหญ่ภาคเอกชน ไม่ว่าจะจาก 400 นักธรกิจจากทุกภาคส่วนที่เรียกร้องให้ปรับครม.
เสียงสะท้อนจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ เมื่อเดือนมีนาคม แต่เมื่อถึงเดือนเมษายน เสียงท้วงติงนั้นก็กลายเป็นอารมณ์และความรู้สึก “ร่วม” ในทางสังคม
กลายเป็นประเด็นในทาง “การเมือง” อันแหลมคมอย่างมาก
นั่นก็คือ ความรู้สึก “ร่วม” ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลอย่างน้อยที่สุดก็ที่กระทรวงสาธารณสุข
ถามว่าเงาสะท้อนของความรู้สึกและความเห็นอย่างเปิดเผยเช่นนี้ของสังคม รัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับทราบ หรือไม่
เพียงการเคลื่อนไหวของ “กลุ่มหมอไม่ทน” สามารถระดมรายชื่อได้มากถึง 2 แสนเพียงเวลาไม่กี่วันก็แจ่มชัดอย่างยิ่ง
หากประมวลความเห็นอันดังกึกก้องจาก หอการค้าไทย จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จากสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ก็น่าจะเห็นในความเป็นเอกภาพของสังคม
แรกสุด สังคมวิตกกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ต่อมา สังคมไม่แน่ใจว่าโครงสร้างและวิธีวิทยาการบริหาร ที่เป็นมาตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ไม่น่าจะมีประสิทธิภาพ
เพียง 2 ประการนี้ก็น่าจะเป็นเหตุผลอันหนักแน่นอย่างเพียงพอ ที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนองคาพยพภายในรัฐบาลได้แล้ว
รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงตกอยู่ในสถานะที่ท้าทายเป็นอย่างสูงในทางการเมือง นับแต่เป็นนายกรัฐมนตรีหนที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายน 2562
เพราะการตรวจสอบนี้มิได้อยู่เพียงในห้วงหลังการเลือกตั้งเท่า นั้นแต่ล่อแหลมที่จะทบทวนไปถึงหลังรัฐประหารเมื่อปี 2557 ด้วย