FootNote : น้ำผึ้งหยดเดียว พื้นที่ “หลักสี่” เรื่องของพวกเดียวกัน กากี่นั้ง

ไม่ว่ากรณีพิพาทระหว่าง นายสิระ เจนจาคะ กับ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา จะมาจากปัญหาการสื่อสารในทาง “ส่วนตัว” หรือเป็น เรื่องในสถานะแห่งตัวแทน “ประชาชน”
แต่เมื่อเรื่องปรากฏเป็นข่าวสู่สาธารณะและมีการแจ้งความกล่าวโทษอย่างอึกทึกครึกโครม
ก็จะกลายเป็น “ผลเสีย” มากกว่าจะเป็น “ผลดี”
ไม่ว่าจะมองในด้านที่ นายสิริ เจนจาคะ เป็น ส.ส.เป็นกรรมาธิการด้านกฎหมาย เป็นคนสำคัญที่มีบทบาทเป็นอย่างสูงภายในพรรคพลังประชารัฐ
ไม่ว่าจะมองในด้านที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เป็นนายแพทย์ผู้มีบทบาทเป็นอย่างสูงในสังคมและการเมือง ตั้งแต่การ เคลื่อนไหวของกปปส.กระทั่ง ณ วันนี้
ที่สำคัญ 2 คนนี้มีสายสัมพันธ์เชื่อมประสานไปถึง “รัฐบาล”
ไม่ว่าจะต่อสายโดยตรงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะต่อสายโดยตรงไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่งก็คือ การที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเปิดโรงพยาบาลสนามขึ้น และการที่ นายสิริ เจนจาคะ นำมวลชนออกมาต่อต้าน
ด้านหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าสภาวะแพร่ระบาดของโควิดรุนแรงหนักหน่วง มีความจำเป็นต้องเพิ่ม “โรงพยาบาลสนาม”
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าการเกิดขึ้นของ “โรงพยาบาลสนาม” อย่างกะทันหันรีบร้อนกระทั่งไม่มีการขออนุญาติจากกทม.อย่างถูกต้องอาจส่งผลกระทบกระเทือน
เป็นความกระทบกระเทือนเพราะประชาชนบางส่วนไม่เห็นด้วย จึงได้ออกมาร้องเรียนและเคลื่อนไหวต่อต้าน เป็นความกระทบกระเทือนเพราะมิได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
แสดงอย่างเด่นชัดเป็นรูปธรรมว่าการปรากฏขึ้นของ “โรงพยาบาลสนาม” มิได้เป็นไปตามแผนของกทม.

หากปล่อยให้ความขัดแย้งนี้เติบใหญ่ขยายตัวจึงแทนที่จะเป็นผลดีให้กับรัฐบาล ไม่ว่าจะมองจากด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมองจากด้านของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เนื่องจากทั้ง นายสิระ เจนจาคะ และ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ล้วนเป็นคนกันเองอย่างชนิด “กากี่นั้ง” ทั้งสิ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน