FootNote: บทบาท ของ 6 พรรค “ฝ่ายค้าน” การกดดัน ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เด่นชัดอย่างยิ่งว่า เป้าหมายการจะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ครั้งใหม่ของ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังดำรง “ข้อเรียกร้อง” เดิมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่แปรเปลี่ยน

นั่นก็คือ ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อนำไปสู่ “รัฐบาลเฉพาะกาล”

เพียงแต่ครั้งใหม่นี้พรรคร่วมฝ่ายค้านเน้นใน”ข้อกฎหมาย”

เริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรม จากมาตรา 26 มาตรา 47 มาตรา 53 มาตรา 62 มาตรา 164 มาตรา 234

พรบ.โรคติดต่อ มาตรา 235 พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พรบ.ส่งเสริมการลงทุน พรบ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ความพยายามเฉพาะหน้าประการหนึ่งก็คือ ต้องการให้ ป.ป.ช.แสดงบทบาทในการตรวจสอบในทางจริยธรรมต่อพฤติการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เหมือนกับจะมอบบทบาทให้กับคณะกรรมการป.ป.ช.อย่างเป็นด้านหลัก ทั้งๆที่ในความเป็นจริงย่อมอยู่ที่บทบาทของฝ่ายค้าน

ประเด็นสำคัญและรีบด่วนอย่างที่สุดก็คือ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ต้องอรรถาธิบายต่อสังคมให้ได้รับรู้อย่างเป็นรูปธรรมว่าเป็นพฤติ กรรมอย่างใดบ้าง

ก่อนอื่นก็คือ ความรับรู้อย่างเป็นเอกภาพของ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านว่ามีความกระจ่างแจ้งเพียงใด

เพราะหากไม่กระจ่างแจ้งก็ยากจะแสดงต่อ “ประชาชน” ได้

บทบาทของพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมิได้ดำรงอยู่เพียงในกรอบของการยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. หรือการออกมาแถลง ตรงกันข้าม จำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวอย่างมีลักษณะ “กัมมันตะ” ทางการเมือง

พรรคการเมืองแต่ละพรรค นักการเมืองแต่ละคน จะไม่สามารถ ผลักดัน “วาระ” ของตนได้เลยหากเพียงแต่ประกาศหรือแถลง

ตรงกันข้าม ต้องทำความเข้าใจในทาง “สังคม” ให้เป็นที่กระจ่าง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน