FootNote:วิกฤต “วัคซีน” เริ่ม “บานปลาย” กลายเป็น วิกฤตศรัทธา ร้อนรุ่ม
ไม่ว่าจะมองจากมุมทางด้าน “การทหาร” ไม่ว่าจะมองจากมุมทางด้าน “การตลาด” ไม่ว่าจะมองจากมุมทางด้าน “การเมือง” ต่อกรณีอันเกี่ยวกับ “วัคซีน”
การศึกครั้งนี้อยู่ในลักษณะ “ตั้งรับ” กระบวนการเปิดตัวสินค้าสะเปะสะปะ กระบวนการบริหารไร้ทิศทาง ไร้เป้าหมาย
ในฐานะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นทหารในระดับผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะที่ พล.อ.ณัฎฐพล นาควานิช เคยเป็นถึงเสนาธิการทหารบก จำเป็นต้องทบทวน “แผน” โดยด่วน
ยิ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งมีรากฐานมาจากการเป็น “นักธุรกิจ” ในแขนงรับเหมาก่อสร้าง ยิ่งมีความจำเป็นต้องทบทวนไม่ว่า แผนการผลิต ไม่ว่าแผนการตลาด
และพลันที่ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ล้วนมีตำแหน่งสำคัญร่วมกันอยู่ในรัฐบาล
สำนึกแห่งความรับผิดชอบจำเป็นต้องสำเหนียกเป็นอย่างสูง
ไม่ว่าจะมองในด้านของนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะมองในด้านของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
มีความจำเป็นต้องมองย้อนกลับไปยังการดำรงอยู่ของพรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอันมาพร้อมกับการดำรงอยู่ของศบค.อย่างมีนัยสำคัญ
ถามว่าโครงสร้างการบริหารจัดการต่อปัญหา “โควิด” ในลักษณะของการรวบอำนาจเช่นนี้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด
หากมีประสิทธิภาพอย่างที่เข้าใจจากการบริหารจัดการการแพร่ระบาดรอบที่ 1 คำถามก็คือเหตุใดจึงเกิดการแพร่ระบาดรอบที่ 2 และตามมาด้วยการแพร่ระบาดรอบที่ 3
โดยที่การแพร่ระบาดในรอบที่ 3 ได้ปรากฏปรากฏการณ์อย่างที่เรียกได้ว่า”อภิมหา”คลัสเตอร์ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
ไม่ว่าจะในแหล่ง “ชุมชนแออัด” ไม่ว่าจะใน “ทัณฑสถาน”
แม้กระบวนท่าไม่ว่าจะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กระนั้น ปัญหาของ “วัคซีน” น่าจะเป็นคำถาม อย่างสำคัญในทางการทหาร ในทางการตลาด ในทางการเมือง
ความร้อนแรงของสถานการณ์นี้จะรุกไล่และกลายเป็นประเด็น ให้จำเป็นต้องมีการทบทวน
เพราะหากไม่ทบทวน “วิกฤตศรัทธา” จะต้องปะทุขึ้นแน่นอน