FootNote:บทเรียน เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อนุสติ ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ไม่ว่าในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าในที่ประชุมวุฒิสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันในความเป็นเอกภาพ ยืนยันในความแข็ง แกร่งของรัฐบาล

แม้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะระบุว่า วาระของรัฐบาลเหลืออีก 1 ปี แต่ในที่ประชุมวุฒิสภายืนยันที่จะอยู่จนครบเทอม

มิได้เป็นเรื่องแปลกที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ตลอดจนรัฐมนตรีคนสำคัญ จะประกาศให้เห็นความแข็งแกร่งและความเป็นเอกภาพของรัฐบาล

เพราะสภาพการณ์เช่นนี้คือความเป็นจริงที่รัฐบาลมี ไม่ว่าจะมองผ่านปริมาณการมีอยู่ของ 1 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ 1 สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล

ไม่ว่าจะมองผ่านกลไกทางกฎหมายและกลไกทางด้านข้าราช การที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วางเป็นเครือข่ายเอาไว้

รูปธรรมเหล่านี้จึงเท่ากับเป็นเครื่องมือรองรับให้กับรัฐบาล

แม้ว่ากระแสเรียกร้องต้องการให้ “ออกไป ออกไป” จากสังคมจะดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 2563 ก็ตาม

หากมองย้อนกลับไปศึกษาในทางประวัติศาสตร์ยุคใกล้ รัฐบาลที่มีอันเป็นไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ โดยรูปแบบล้วนแข็งแกร่ง

หรือแม้กระทั่งรัฐบาล นายชวน หลีกภัย รัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา ก็ล้วนมีความแข็งแกร่งในทางรูปแบบดำรงอยู่

แต่เมื่อถึงสถานการณ์หนึ่งก็ต้องเลือกลาออกหรือยุบสภา

รัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ดำรงอยู่เพราะได้เสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาที่ตนเองแต่งตั้ง แต่เมื่อประสบกับสถานการณ์ วิกฤตน้ำมันโลกก็เกิดความขัดแย้ง แตกแยกจากภายใน

ในที่สุด พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ก็ตัดสินใจลาออก

ปมหนึ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลก็คือ 1 สถานการณ์จากภายนอก 1 ความขัดแย้งแตกแยกจากภายใน

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มิได้อยู่นอกเหนือปัจจัยอย่างที่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายชวน หลีกภัย นายบรรหาร ศิลปอาชา เคยประสบ

เพียงแต่ว่าความสุกงอมของสถานการณ์อย่างที่เคยเกิดในอดีตจะมาถึงเมื่อใด เท่านั้น

การทำความเข้าใจต่อแต่ละสภาพการณ์จึงมีความสำคัญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน