FootNote สัมพันธ์ “กลุ่ม 3 ป.” ยังมั่นคง สู่กลยุทธ์ แยกกันเดิน รวมกันตี

ไม่ว่าจะมองจากท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมองจากท่าทีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต่อวิกฤตและความขัดแย้ง ภายในพรรคพลังประชารัฐ
มีหลาย “สัญญาณ” อันบ่งสะท้อนถึงการปล่อยวางและวางเฉยมากยิ่งขึ้น
ไม่เพียงแต่เป็นความวางเฉยที่มั่นใจต่อบทบาทและการดำรงอยู่ของพรรคเศรษฐกิจไทยว่าจะดำเนินไปอย่างไร หากแต่ยังยอมรับ ต่อความเป็นจริงของพรรคพลังประชารัฐอีกด้วย
พลันที่ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ลาออกจากพรรคพลัง ประชารัฐและเข้าเป็นส่วนหนึ่งของพรรคเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นทาง การ นั่นคือ เครื่องค้ำประกันในทางการเมือง
ขณะเดียวกัน อาการร้าวแยกภายในพรรคพลังประชารัฐที่ดำรง อยู่ในพื้นที่ชลบุรีและภาคตะวันออกก็เสมอเป็นเพียงกรณีศึกษาที่มี
การยอมรับว่าสามารถปรับจุดให้อยู่ในลักษณะที่สงบได้
การดำรงอยู่และความสัมพันธ์ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับ พรรคเศรษฐกิจไทยจึงดำเนินไปอย่างเป็นพันธมิตรในแนวร่วม

น่าสังเกตว่าความคึกคักที่เคยมีในห้วงแห่งการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียม จัดตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติเริ่มเงียบและจางหายไป เช่นเดียวกับที่ เคยมีผ่านพรรคไทยสร้างสรรค์
แม้จะมีความเชื่อเป็นอย่างสูงว่าล้วนเป็นการตระเตรียมสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ตาม
ปัจจัยชี้ขาดอย่างทรงความหมายก็คือ แม้บนผิวน้ำจะปรากฏว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นและล้วนเป็นผลจากปัญหา”ภายใน”ของพรรคพลังประชารัฐ
กระนั้น องค์ประกอบสำคัญยังขึ้นอยู่กับความแน่นเหนียวระ หว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ว่ายังคงเดิมและไม่แปรเปลี่ยน

ตราบที่ “กลุ่ม 3 ป.” ยังรักษาสายสัมพันธ์อันเคยมีตั้งแต่ยุคก่อตัวขึ้นเป็น “บูรพาพยัคฆ์” ยังไม่แตกสลาย นั่นหมายถึง การเกาะเกี่ยวและยึดโยงระหว่างพวกเขาก็ยังมั่นคง
เป็นความมั่นคงเพราะมี “ผลประโยชน์” ต้องรักษาร่วมกันอยู่
การแยกแตกออกไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ พรรคเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ เสมอเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมือง
เพราะดำเนินไปในแบบ “แยกกันเดิม” เพื่อ “รวมกันเข้าตี”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน