โควิดโอมิครอนสร้างความกังวลให้กับโลกและสังคมไทยอีกครั้ง จากการแตกตัวเป็นสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 ทำให้เชื้อหลบภูมิง่ายขึ้น

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี ระบุ โอมิครอน BA.4 และ BA.5 มีการกลายพันธุ์บริเวณหนามเพื่อให้เข้าจับกับเซลล์ปอดของมนุษย์ดีขึ้น เหมือนสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดและมีอาการติดเชื้อรุนแรงในอดีต

ต่างจากโอมิครอนสายพันธุ์เดิม BA.1 และ BA.2 ที่ไม่พบการกลายพันธุ์บริเวณดังกล่าว หนามของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4, BA.5 และ BA.2.12.1 ที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นตัวเชื่อมให้ผนังของหลายเซลล์หลอมรวมเป็นเซลล์เดียว

ดึงดูดให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อเข้ามาทำลายเกิดการอักเสบของปอด ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้

ข่าวระบุ BA.4 และ BA.5 กำลังแพร่ระบาดรวดเร็วในยุโรป เช่น โปรตุเกส ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี

โดยเฉพาะในอังกฤษ เกิดความตื่นตระหนกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวดเร็ว สืบเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองใหญ่ 4 วันระหว่าง 2-5 มิ.ย. กระตุ้นให้เกิดการพบปะสังสรรค์ใกล้ชิดโดยไม่ใส่หน้ากากป้องกัน นำมาสู่ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 43 ในสัปดาห์ถัดมา

ในเอเชีย สิงคโปร์ รายงานการระบาดระลอกใหม่ BA.4 และ BA.5 สัดส่วนการติดเชื้อเพิ่มอย่างน้อยร้อยละ 30 เริ่มทดแทนเชื้อ BA.2 มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่อัตราการติดเชื้อโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เทียบกับสัปดาห์ก่อน

ในไทยพบผู้ติดเชื้อ BA.4 และ BA.5 แล้วรวม 49 รายตั้งแต่เดือนเมษายน อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ แต่ความเป็นโรคระบาดก็ยังเป็นสิ่งน่ากังวล

สถานการณ์โดยรวม รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล จากคณะแพทยศาสตร์ ศิริราช เตือนว่า โควิดยังไม่อ่อนแรง ยังต้องระมัดระวังตัว โดยเฉพาะเมื่อผ่อนคลายประเทศมากขึ้น

สถิติผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่ ร.พ.ศิริราช สูงขึ้นต่อเนื่องกว่าสัปดาห์ ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัวเทียบกับช่วงต้นเดือน เช่นเดียวกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่อื่นๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และบางจังหวัด

แสดงให้เห็นว่าเมื่อคนมีกิจกรรมทางสังคมนอกบ้านมากขึ้น การติดเชื้อจะเพิ่มตามมา สอดคล้องจำนวนผู้ป่วยอาการรุนแรงทั้งประเทศที่กลับเพิ่มขึ้นมาช้าๆ ติดต่อกันเป็นวันที่สาม

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยังไม่นิ่ง ประชาชนจึงจำเป็นต้องใส่ใจมาตรการป้องกันโรคไปอีกระยะ เพื่อไม่ให้สถานการณ์หมุนกลับไปสู่จุดเดิมเหมือนช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน