“กฎเหล็ก 180 วัน” ส.ส.หรือผู้ประสงค์จะสมัคร ส.ส.ไปงานแต่งงานบวชงานศพได้ แต่ห้ามช่วยเงิน ให้วางพวงหรีดเฉพาะดอกไม้สด ห้ามให้หรีดผ้าหรือพัดลมเพราะถือเป็นทรัพย์สิน

ถ้าจำเป็นต้องจัดงานศพงานแต่งงานบวช ให้จัดเท่าที่จำเป็น เดี๋ยวจะโดนร้องเรียนว่าจัดเลี้ยงหรือจัดมหรสพ

อ้อ สมมติแม่ ส.ส.ตาย คนมาร่วมอาลัยล้นหลาม ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าจงใจตายเพื่อหาเสียง?

กฎเหล็กบ้าบออะไร ชาวบ้านธรรมดายังใช้หัวแม่เท้าคิดได้ว่า Nonsense หัวสี่เหลี่ยม สมองไม่มีรอยหยัก เข้าใจล่ะว่าเจตนารมณ์กฎหมายไม่ต้องการให้ทุ่มเงินหาเสียง 6 เดือนสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง แต่ตัวบทกฎหมายก็ให้คำนวณค่าใช้จ่ายเท่านั้น ไม่ใช่แช่แข็งกิจกรรมงานสังคม

ไม่อยากให้คนมีเงินได้เปรียบ? แต่ปล่อยให้แจก 3 ปีครึ่ง แจกของแจกเงินสด โจ๋งครึ่มยังไงก็ได้ ครึ่งปีสุดท้ายเอาเป็นเอาตาย ช่วยงานศพ 500 โดนใบส้มใบแดงใบดำ

180 วัน ยังไม่แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ยังไม่กำหนดค่าใช้จ่าย ยังไม่รู้ใครสมัครบ้าง แต่ออกกฎจับผิดไว้ก่อน บางคนยังไม่ตัดสินใจ เดือนสุดท้าย มีพรรคมาชวนลง ส.ส. อ้าว ไม่ได้ เพราะ 5 เดือนเพิ่งไปงานแต่งลูกเพื่อน เพิ่งเป็นเจ้าภาพกฐินอิ่มบุญอิ่มใจ สมัคร ส.ส.เมื่อไหร่กลายเป็นโจรร้ายซื้อเสียง

เอากฎหมายไปบังคับจำกัดสิทธิคนตั้งแต่ยังไม่สมัครรับเลือกตั้ง ใช้กฎหมายย้อนหลัง ทีประยุทธ์แปดปีทำไมไม่ชี้ผิดบ้าง

3 ปีครึ่ง ส.ส. พรรคการเมือง ช่วยน้ำท่วม ภัยแล้ง ภัยหนาวได้ 180 วันห้ามช่วย แต่ห้ามรัฐบาลไม่ได้ เพราะรัฐมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน กฎเหล็กก็กลายเป็นเลือกปฏิบัติ รัฐบาลทำได้ฝ่ายเดียว ส.ส.รัฐบาลขอรัฐมนตรีสั่งหน่วยงานรัฐช่วยได้ ส.ส.ฝ่ายค้านควักกระเป๋าช่วยเอง ผิดกฎหมาย

เรื่องวิปริตผิดเพี้ยนอย่างนี้เกิดในไทยแลนด์โอนลี่ กติกาเลือกตั้งบ้าจี้งี่เง่าที่สุดในโลก กำหนดข้อห้ามละเอียดยิบ จ้องจับผิดเรื่องจุกจิก แล้วแจกใบเหลืองใบส้มใบแดงใบดำ ทำลายคะแนนนิยมที่ได้จากการเลือกตั้งหลายหมื่นหลายแสนเสียง

รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งที่เขียนโดยชนชั้นนำอนุรักษนิยมในระบบราชการ มองนักการเมืองชั่วเลว ประชาชนโง่ จ้องหาผลประโยชน์จากการเลือกตั้งกันหมด กฎกติกาจึงมุ่งห้ามมุ่งจับผิด ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เช่นห้ามขายเหล้าวันเลือกตั้ง เป็นกฎหมายที่ดูถูกคนไทยว่าโดนมอมเหล้าให้กาบัตรได้

ดาราฮอลลีวู้ดกาบัตรเลือกไบเดน ถ่ายภาพมาอวดกัน ฉันอยู่ฝ่ายเสรีนิยมนะ ฉันไม่เลือกทรัมป์ ถ้าเป็นคนไทยทำ-ติดคุก เพราะกฎหมายจ้องแต่จะมองว่าถ่ายภาพรับเงิน ยิ่งถ้าเป็นดาราคนดัง ช่วยเชียร์ช่วยหาเสียงก็ไม่ได้ เพราะกฎหมายไทยไม่คิดว่าช่วยด้วยความนิยม ชื่นชมพรรคหรือนโยบาย มองแต่ว่ารับจ้างหาผลประโยชน์ สื่อก็เข้าข้างใครไม่ได้ สื่อต้องเป็นกลาง สื่อไม่ใช่คน

ไม่ปฏิเสธหรอกว่าการเมืองไทยในอดีตเต็มไปด้วยการซื้อเสียง ให้ผลประโยชน์ล่อใจ แต่มันไม่สามารถเปลี่ยนได้ด้วยการจ้องจับผิด มันเปลี่ยนด้วยการแข่งขัน ด้วยพรรคการเมืองหลากหลายขายความคิดขายไอเดียช่วงชิงความนิยม แล้วพอมีอำนาจเป็นรัฐบาลก็ทำได้จริง อย่างพรรคไทยรักไทย 19 ล้านเสียง แต่ก็ถูกทำลาย ประชาชนที่เลือกก็ถูกด้อยค่าว่าจนโง่ถูกซื้อ เหยื่อประชานิยม

16 ปีหลังรัฐประหาร 49 คะแนนเสียงประชาชนไม่ได้ถูกซื้อง่ายๆ อีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเกิดการแบ่งสีแบ่งฝ่าย คุณเอาเงินเท่าไหร่ฟาดหัวก็ซื้อเสื้อแดงให้เลือกพรรครัฐบาลไม่ได้ ซื้อเสื้อเหลืองนกหวีดให้เลือกเพื่อไทยไม่ได้ (เหลือแต่ภาคใต้แฉกันว่าซื้อ 60 ล้าน 100 ล้าน)

แต่กติกาเลือกตั้งยิ่งมายิ่งงี่เง่า ยิ่งเป็นเครื่องมือจ้องจับผิด ไม่สามารถจับซื้อเสียง แต่จับผิดเล็กๆ น้อยๆ เช่นที่คิดละเอียดยิบ ห้ามหรีดผ้าหรีดพัดลม มองเป็นให้ทรัพย์สิน ทั้งที่ความจริงเสร็จงานศพเจ้าภาพส่วนใหญ่ก็ถวายวัด ไม่เอากลับบ้าน แต่คิดมากจุกจิก

กรณีนี้เหมือนอดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ โดนใบเหลืองเพราะผู้ช่วยหาเสียงประกาศ เลือกตั้งเสร็จใครอยากได้ป้ายหาเสียงเอาไปเลย กกต.ชี้ว่าเข้าข่ายให้ทรัพย์สิน

กกต. ข้าราชการต่างประเทศ ผู้พิพากษา คงไม่เคยเห็นการหาเสียงชนบท หรือในกรุงก็เถอะ พ้นวันเลือกตั้ง ชาวบ้าน ซาเล้ง เก็บป้ายไปใช้ประโยชน์ ไม่เกี่ยวกับเลือกใคร นักการเมืองก็ชอบใจไม่ต้องจ้างรถเก็บ แต่พอเกิดคดีกาฬสินธุ์ ศรีสุวรรณร้องชัชชาติ ซาเล้งไม่กล้าเก็บป้ายกลัวมีความผิดกันไปหมด

กกต.ในรัฐธรรมนูญ 2540 ก่อตั้งจากความต้องการองค์กรเป็นกลางมาจัดเลือกตั้งแทนมหาดไทย มีอำนาจสั่ง-ย้ายข้าราชการในช่วงเลือกตั้ง ถ้าเห็นว่าการเลือกตั้งเขตไหนฉาวโฉ่ก็มีอำนาจสั่งเลือกตั้งใหม่ แต่วิธีคิดอนุรักษนิยมราชการไทย ไปต่อเติมให้มีอำนาจศาลเตี้ย แจกใบแดง ล้มล้างคะแนนเลือกตั้ง ที่เป็นการใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน แล้วก็ต่อเติมอำนาจจับผิดจุกจิกขึ้นมาเรื่อยๆ

กกต.วันนี้ ทั้งกรรมการและเจ้าหน้าที่ เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรมอะไรหรอก เอาเข้าจริง ก็ทำเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องรับผิด ไม่ต้องรับภาระ ผลักภาระ อย่างที่พูดเสมอว่า นักการเมืองอย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้เดี๋ยวจะถูกร้อง

คือโดนร้องแล้ว กกต.จะเดือดร้อน กกต.ก็เลยต้องตีกรอบให้กระดิกไม่ได้

แก้กฎหมายเลือกตั้งครั้งต่อไป เอางี้เลยไหม ให้ส่งชื่อสมัคร ส.ส.แล้ว กกต.เอาไปกักตัว 45 วันห้ามหาเสียงห้ามเดินสาย โฆษณาได้แค่นโยบาย จะได้ไม่มีใครทำผิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน