FootNote : ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอฟเฟ็กต์ “กระแส” จะเหนือกว่า “กระสุน”

ทุกท่วงท่าและอาการอันปรากฏในห้วงตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม จนถึงวันที่ 30 กันยายน ของทุกพรรค ทุกกลุ่มทางการเมืองล้วนมีความหมาย ล้วนส่งผลสะเทือน

ไม่ว่าจะเป็นการนิ่งของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล หรือแม้กระทั่งความขมีขมันของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร

เส้นแบ่งอย่างสำคัญในทางการเมืองก็คือ อยู่ฝ่ายเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เนื่องจากการยืนอยู่ข้างเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หมายถึงการดำรงความมุ่งหมายให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ “ไปต่อ” ในทางการเมือง

ขณะเดียวกัน ในอีกด้านฝ่ายที่ออกโรงมาปักธงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จบไปแล้วตั้งเดือนสิงหาคม 2565 เมื่อนับจากจุดเริ่มต้นในเดือนสิงหาคม 2557 ก็ยังดำรงความมุ่งหมายของตนอยู่

การดำรงอยู่หรือการไม่ดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลายเป็น “เส้นแบ่ง” อันแหลมคมยิ่งในทางการเมือง ระหว่างฝ่าย “ประชาธิปไตย” กับฝ่าย “อ-ประชาธิปไตย”

อย่าคิดว่า “เส้นแบ่ง” นี้ไม่มีความหมาย อย่าคิดว่าเมื่อเข้าสู่ “โหมด” แห่งการเลือกตั้งในทางเป็นจริง บทบาทของ “กระสุน” ที่มีอยู่ในมือจะทำให้บทบาทของ “กระแส” ไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง เหมือนกับตัวอย่างที่มีการยกคือตัวอย่างของพรรคก้าวไกล ขณะที่ไม่อาจประมาทความหมายของพรรคเพื่อไทยไปได้

สังคมสัมผัสได้ในชัยชนะของพรรคเพื่อไทยจากการต่อสู้ในพื้นที่กาฬสินธุ์ ในพื้นที่ร้อยเอ็ด แต่ก็สัมผัสได้ในชัยชนะของพรรคเสรีรวมไทยในพื้นที่ลำปาง

ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ลำปาง ในพื้นที่กาฬสินธุ์ ในพื้นที่ร้อยเอ็ด ผู้กำชัยเด่นชัดว่าเป็นพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคเสรีรวมไทย ขณะที่ผู้พ่ายแพ้อย่างหมดรูปเป็นพรรคพลังประชารัฐ การก่อรูปของพันธมิตรในแนวร่วม “ประชาธิปไตย” จึงดำเนินไปด้วยความหนักแน่นและมั่นคงมากขึ้นเป็นลำดับ

เด่นชัดอย่างยิ่งว่าการต่อสู้ในสมรภูมิเลือกตั้งที่จะมีขึ้นหลังเดือนมีนาคม 2566 สะท้อนพัฒนาการและความเติบใหญ่มากยิ่งไปกว่าที่เคยเห็นเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ไม่เพียงแต่มีปัจจัยจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เด่นชัด

หากแต่ยังโยงสายสัมพันธ์จากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ต่อเนื่องมายังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นี่มิได้เป็นเรื่องของ “กระสุน” หากเป็นเรื่องของ “กระแส”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน