FootNote:จังหวะก้าวจาก เนวิน ชิดชอบ สัญญาณสู่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การจัดงานคล้ายวันเกิดปีที่ 64 ของ นายเนวิน ชิดชอบ ไม่เพียงทรงความหมายเป็นอย่างสูงสำหรับพรรคภูมิใจไทย หากเท่ากับเป็นสัญญาณอันแหลมคมต่อการเมืองไทยอย่างเป็นพิเศษ
ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ นายเนวิน ชิดชอบ แสดง “ท่าที” ทางการเมืองอย่างเด่นชัด ตรงไปตรงมาอย่างที่สุด
บนพื้นฐานแห่งการดำรงอยู่ในสถานะของ “ครูใหญ่”
ความห่วงใยที่สำแดงออกด้านหลักจึงพุ่งเป้าไปยังบรรดา ส.ส.และว่าที่ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ที่สำคัญก็คือการยึดโยงอยู่กับประชาชน
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการออกปากเป็นครั้งแรกต่อสาธารณะอีกเหมือนกันว่า ต้องการและมีความมั่นใจที่จะผลักดัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นี่จึงไม่เพียงแต่เป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การต่อสู้ในทางการเมืองนับแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป จึงเป็นการต่อสู้อันเข้มข้น ชี้ขาดอนาคต
การปรากฏตัวของ ส.ส.พันธุ์ “งูเห่า” จึงเท่ากับเป็นการยืนยัน
ความเป็นจริงนับแต่เกิดการแปรเปลี่ยนขั้วภายหลังการยุบพรรคพลังประชาชน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 นายเนวิน ชิดชอบ เล่นบทอยู่ “เบื้องหลัง” ในทางการเมือง
คนที่รับหน้าเสื่อผ่านกระบวนการของพรรคภูมิใจไทยเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างเป็นด้านหลัก
แม้กระทั่งในการเลือกตั้งอย่างเป็นการทั่วไปในเดือนมีนาคม 2562 นายเนวิน ชิดชอบ ก็ยังเล่นบทอยู่ข้างหลังอย่างแน่วแน่ และมั่นคง เพียงแต่ส่งตัวแทนเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญ
เดือนตุลาคม 2565 จึงเป็นครั้งแรกที่ นายเนวิน ชิดชอบ ออกมาจากหลังม่านและประกาศยืนเรียงเคียงไหล่กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างเปิดเผย
สัญญาณนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่เพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องสังวร หาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ต้องคำนึงหนัก
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายเนวิน ชิดชอบ ไม่เพียงแต่สะสมความจัดเจนจากการต่อสู้ในพื้นที่บุรีรัมย์และภาคอีสานตอนใต้มาอย่าง เข้มข้นและต่อเนื่อง
หากยังได้วิทยายุทธจาก “ชาติไทย” และ “ไทยรักไทย” เต็มที่
ได้รับความไว้วางใจจาก นายบรรหาร ศิลปอาชา ได้รับความจัดเจนจาก นายทักษิณ ชินวัตร แทบจะทุกกระบวนท่า
เป้าหมาย 120 ส.ส.อาจไม่มาก แต่ก็ไม่ควรดูเบา ประมาท
ภาพจาก เฟซบุ๊ก BURIRAM UNITED