FootNote เส้นทางความโน้มเอียง ธรรมนัส ระหว่าง พลังประชารัฐ เพื่อไทย
การประชุมใหญ่พรรคเศรษฐกิจไทยในวันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม ได้รับการจับตาติดตามพร้อมกับการวิเคราะห์ถึงแนวโน้มและทิศ ทางการตัดสินใจอย่างแหลมคมเป็นพิเศษ
น่าแปลกที่เป็นการเฝ้ามองบนพื้นฐานความคิดที่แตกต่างกัน 2 ขั้วอันสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ความคิดหนึ่งประเมินถึงแนวโน้มที่พรรคเศรษฐกิจไทยอาจหวนกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่อีกความคิดหนึ่งประเมินว่าน่าจะเอนไปทางพรรคเพื่อไทยมากกว่า
น่าสนใจก็ตรงที่แทบไม่มีความคิดใดมองและประเมินว่าพรรคเศรษฐกิจไทยจะเดินหน้าสร้างและพัฒนาให้พรรคเศรษฐกิจไทยลงหลักเพื่อดำรงความเป็นสถาบันในทางการเมือง
แนวทางวิเคราะห์และสรุปออกเป็น 2 แนวทางนี้มาจากสภาพการดำรงอยู่ของพรรคเศรษฐกิจไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นด้านหลัก
นั่นก็คือ สภาวะที่ส่อถึงความระส่ำระสายโดยรูปธรรมหนึ่ง สัมผัสได้จาก ส.ส.บางส่วนของพรรคเศรษฐกิจไทยไปร่วมอวยพรวันเกิดปีที่ 64 ของ นายเนวิน ชิดชอบ แนวโน้มนี้มิได้เป็นเรื่องใหม่ ตรงกันข้าม ปรากฏตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 มาแล้วในกรณีของ นายเอกราช ช่างเหลา
ต้องยอมรับว่าระหว่างการหวนกลับไปยังพรรคพลังประชารัฐกับการหวนกลับไปยังพรรคเพื่อไทย ความโน้มเอนประการหลังมีมาก กว่าและแรงมากขึ้นเป็นลำดับ
แม้ว่าสายสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะแนบแน่นเป็นอย่างยิ่ง
กระนั้น ปราการที่ “ขวาง” มิให้เส้นทางสายนี้ราบรื่นขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่ยากจะประนีประนอมกันได้ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ตรงกันข้าม ทางด้านพรรคเพื่อไทยแม้จะยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการออกมา แต่หากสำรวจข้อเสนอและความต้องการของ เครือข่ายหรือ “ติ่ง” ของพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งมีความชัดเจน ชัดเจนว่าปรารถนา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มาเสริมทัพ
ยังไม่มีใครให้คำตอบได้อย่างแจ่มชัด ขณะที่ “ข่าวลือ” ที่ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีความโน้มเอนที่จะหวนคืนพรรคเพื่อไทยมากกว่าพรรคพลังประชารัฐ
กระนั้น วิถีทางการเมือง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็แหลมคม แม้ว่าอดีตด้านหนึ่งของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผูกพันกับพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย แต่ด้านหนึ่งอดีตที่เคยพัว กันกับยาเสพติดก็ยากที่จะลบเลือนได้อย่างง่ายดาย
ปัจจัยนี้คือโจทย์ใหญ่ทางการเมืองที่จะสุมเข้าใส่ “เพื่อไทย”