มีการกล่าวถึงรายงานขององค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิเสรีภาพพลเมืองหรือฟรีดอมเฮาส์ ที่เผยแพร่รายงานเสรีภาพโลกประจำปี 2565 เมื่อเร็วๆ นี้
ประเมินสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพของประชาชนในแต่ละประเทศทั่วโลก พบว่าประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศไร้เสรีภาพอันดับที่ 7 ถูกลดขั้นและตกชั้นติดต่อกัน 2 ปีซ้อน
นอกจากนี้ ยังนับรวมอยู่ในกลุ่มประเทศที่ประสบกับวิกฤตของการถดถอยด้านเสรีภาพ และถูกจับตาเป็นพิเศษจากการใช้ทางกฎหมายต่อผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย
ขณะที่อันดับการประเมินด้านสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพพลเมืองได้เพียง 29 คะแนนจากเต็ม 100 คะแนนเท่านั้น
เมื่อเจาะลึกลงไป พบว่ามีประเด็นว่าด้วยหัวหน้ารัฐบาลมาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใสยุติธรรมหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าประเทศไทยได้คะแนนในข้อนี้ 0 จากคะแนนเต็ม 4 คะแนน
สะท้อนว่าสังคมโลกรู้เท่าทันว่า รัฐบาลนี้ โดยเนื้อแท้ ไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีฉันทานุมัติ แต่มาจากกลไกที่วางไว้เพื่อสืบทอดอำนาจ
เมื่อดูกลไกในระบบรัฐสภา ที่ยังคงบทเฉพาะกาลให้อำนาจวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งมีอำนาจลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปีแรกจนถึงช่วงคาบเกี่ยว
ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาชนจะต้องผนึกพลังเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งให้เกินกว่าจำนวนวุฒิสมาชิกเพื่อตัดวงจรนี้
ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ล้มลุกคลุกคลาน ไม่สามารถหยั่งรากลึกลงไปอย่างมั่นคงแข็งแรงด้วยปัจจัยหลายประการ
ที่สำคัญที่สุดคือกองทัพมักใช้กำลังและอำนาจพิเศษ เข้ามาแทรกแซงด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร บั่นทอน เซาะกร่อน ทำให้ขาดตอนพัฒนาการตลอดมา
จากความเคลื่อนไหวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นอย่างชัดถึงความตื่นตัวและตื่นรู้ในทางการเมืองอย่างน่าจับตา น่าจะเป็นหมุดหมายอนาคตของประเทศ
ที่สำคัญรัฐบาลจะต้องไม่ปิดกั้นหรือขัดขวาง กวาดล้างจับกุม แต่ต้องรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างด้วยหัวใจที่เปิดกว้างอย่างแท้จริง