FootNote:แผนทำลายล้าง เพื่อไทย ก่อก้าวไกล ได้ “แจ้งเกิด”
ไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ อาจดำเนินไปในลักษณะแยกกันเดิน แต่ดำรงจุดหมายเดียวทางการเมือง
นั่นก็คือดำเนินการสกัดขัดขวางในทุกวิถีทาง เพื่อมิให้ยุทธศาสตร์ “แลนด์สไลด์” ปรากฏเป็นจริง
เพียงแต่แต่ละพรรควาง “ยุทธวิธี” อย่างแยกจำแนก
นั่นก็คือ รู้ว่าจุดแข็งอย่างยิ่งยวดของพรรคเพื่อไทย คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ จึงเป็นภาระหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ
กระทำในทุกวิถีทางเพื่อก่อให้เกิดความพะว้าพะวัง ลังเล และต้องแยกกำลังไปรวมศูนย์อยู่ใน 2 จุดนั้นกระทั่งก่อให้เกิดจุดอ่อนในจุดอื่นตามมา
เห็นได้จากการสร้างบทบาทและความหมายในการแย่งชิงในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้
ในที่สุด แม้กระทั่งในกรุงเทพมหานคร ก็กลายเป็นสมรภูมิแย่งชิงอย่างแหลมคมที่สุด
ทำทุกกระบวนท่าเพื่อมิให้ “แลนด์สไลด์” ปรากฏเป็นจริง
ทำไมนักวางกลยุทธ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่รู้ในความเป็นจริงทางการเมือง
นั่นก็คือ ความเป็นจริงที่พรรคเพื่อไทยกำชัยในสนามเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นในยุคพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็นในยุคพรรคพลังประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในยุคพรรคเพื่อไทย ตัวอย่างเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ก็เด่นชัด
เช่นนั้นเองจึงต้องยกร่างกฎกติกาผ่านรัฐธรรมนูญ ผ่านกระบวนการขององค์กรอิสระ ทำอย่างไรที่แม้พรรคเพื่อไทยจะได้ชัยชนะ แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
และถึงแม้จะสามารถเป็นรัฐบาลได้เหมือนที่เคยได้มา แต่ก็ตกอยู่ในวังวนแห่งความหวาดระแวงในเรื่อง “รัฐประหาร”
จุดอ่อนเดียวที่ดำรงอยู่ภายใต้การจัดวางของรัฐธรรมนูญ 2560 อยู่ที่การหลุดรอดเข้ามาของพรรคอนาคตใหม่ อันกลายมาเป็นพรรคก้าวไกลในปัจจุบัน
ได้กลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือไปจากพรรคเพื่อไทย
การเกิดขึ้นของพรรคเพื่อไทยคือปรากฏการณ์เมื่อปี 2544 การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่คือปรากฏการณ์เมื่อปี 2562
การเลือกตั้งในปี 2566 คำตอบจะอยู่ที่พรรคการเมืองใด