FootNote:จับตา จังหวะสมศักดิ์ เทพสุทิน ในร่มเงา ประวิตร วงษ์สุวรรณ
การที่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ยังสงบนิ่งในฐานะสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ อย่างเหนียวแน่นและมั่นคง สะท้อนและยืนยันถึงสถานะแห่งพรรคพลังประชารัฐได้เป็นอย่างดี
บรรยากาศที่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ก่อให้เกิดการคาดทำนายในทางการเมืองไปหลากหลาย
เมื่อเด่นชัดว่า ยากเป็นอย่างยิ่งที่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จะสามารถทะยานไปอยู่ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และถูกตรึงอยู่ในจุดอันเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ
ที่บรรดา “เกจิ” ทางการเมืองหลายสำนักประเมินว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อาจอยู่กับพรรคพลังประชารัฐได้ไม่ยาวนาน จนถึงการเลือกตั้งเริ่มจะไม่เป็นจริง
เช่นเดียวกับที่เคยคาดทำนายว่า หาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หวนกลับเข้าไปมีบทบาทในพรรคพลังประชารัฐ จะก่อให้เกิดการแยกแตกตัวครั้งใหญ่อีกระลอก
ไม่ว่าจะเป็น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่ว่าจะเป็น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าจะเป็น นายอนุชา นาคาศัย ไม่ว่าจะเป็น นายสันติ พร้อมพัฒน์ อาจจำเป็นต้องทบทวนการคงอยู่
แต่แล้วความเชื่อเช่นนั้นก็อาจจะไม่ปรากฏเป็นจริงขึ้น
ภาพจากพรรคพลังประชารัฐชัดเจนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะระหว่างที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
ไม่ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ ล้วนยืนเรียงอยู่เคียงข้างพร้อมกับรอยยิ้ม
ยิ่ง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ยกย่องกันอย่างต่อเนื่องว่า เลือกที่จะเป็นฝ่ายเดียวกันกับพรรคการเมืองที่จะได้เป็นรัฐบาล ยิ่งออกมาแถลงรับรองความเชื่อมั่นของตนไม่แปรเปลี่ยน
ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดก็คือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นผู้สรุปอย่างรวบรัดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 แล้วว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา”
คำว่าเพื่อพวกเราจึงไม่เกี่ยงว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
จึงเป็นอันมั่นใจได้เลยว่า แนวทางของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็จะเป็นแนวทางเดียวกันกับของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์
นั่นก็คือ ยังเหนียวแน่นกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มั่นคง
นั่นก็คือ ยังมีความมั่นใจว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะนำพาพรรคพลังประชารัฐไปสู่สถานะแห่งการเป็นพรรคหลัก พรรคนำในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป
โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30