ประธานสมาคมธนาคารไทย ประเมินตัวเลขความเสียหายจากภัยหลอกลวงการโอนเงินทางออนไลน์ในสถาบันการเงินว่ามีถึงหมื่นล้านบาทแล้ว
กรณีที่เกิดขึ้น ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล อีกทั้ง ส่งผลทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงินด้วย
ล่าสุด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกประกาศเตือนให้ระมัดระวังแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมการเงินทางออนไลน์จำนวนกว่า 200 แอพพลิเคชั่น
ดังนั้น ประชาชนจึงควรตระหนักตรวจ สอบการติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่เสี่ยงต่อการหลอกลวงด้านธุรกรรมการเงินเหล่านี้ ถ้าหากมีไว้ก็ต้องลบออกไปทั้งหมด เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ
ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กำชับให้ปรับปรุงและพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยให้เท่าทันวิธีการหลอกลวงรูปแบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
กำหนดให้สถาบันการเงินทุกแห่งต้องยกระดับการจัดการภัยหลอกลวง และภัยทุจริตเป็นความเสี่ยงระดับองค์กร และต้องกำหนดแนวปฏิบัติชัดเจนโดยเร็ว
กำหนดจำนวนบัญชีผู้ใช้งานทางโทรศัพท์หรือบัญชีกระเป๋าอี-วอลเล็ตให้ใช้งานบน 1 อุปกรณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการนำบัญชีผู้ใช้งานไปใช้ในทางที่ไม่สุจริต
ขณะนี้ สถาบันการเงินต่างๆ ตระหนักถึงภัยคุกคามของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น และหาทางป้องกัน ตลอดจนหาวิธีการดำเนินคดีกับคนร้ายกลุ่มนี้แล้ว
เ รื่องนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญา กรรมทางเทคโนโลยี และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ได้ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้งหมด บูรณาการความร่วมมือกัน เพื่อวางมาตรการป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
แต่กลุ่มมิจฉาชีพทางด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ ก็มีวิธีการใหม่ๆ และแยบยลยิ่งขึ้นในการหลอกลวง ฉ้อโกง โจรกรรมเงินฝากในบัญชีและข้อมูลส่วนบุคคล
การแลกเปลี่ยนข้อมูลการทุจริต และ บัญชีม้า ระหว่างธนาคารด้วยกัน เพื่อลดจำนวนลง และลดความเสียหายจากการทุจริตทางออนไลน์จึงมีความสำคัญและจำเป็นรีบด่วน