คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดทำรายงานกรณีการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
จากรายงานดังกล่าวได้ทำเป็นข้อเสนอแนะมาตรการ หรือแนวทางในการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณารายงานผลการตรวจสอบ
ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และสิทธิชุมชนต่อชาวบางกลอย คาราคาซังต่อเนื่องมาหลายปี โดยเฉพาะหลังรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ปัญหาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ปัจจุบันนอกจากไม่มีที่ยืนทางสังคม และการหาอยู่หากินแล้ว ชาวบ้านหลายรายยังถูกดำเนินคดีซ้ำ
สําหรับสาระสำคัญของรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ระบุว่าจากหลักฐานต่างๆ รวมถึงคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด แสดงชัดเจนว่าชาวบ้านเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่ามายาวนาน ก่อนการประกาศอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ในรายงานยังระบุว่าการบังคับอพยพออกจากป่าถิ่นอาศัยดั้งเดิมขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการจับกุมดำเนินคดีชาวบ้านที่พยายามกลับเข้าไปในป่าครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2564 เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกลุ่มชาวบ้าน
ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนตรวจสารพันธุกรรม การสอบสวน เจ้าหน้าที่มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หลักการตามรัฐธรรมนูญ และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง
จึงเสนอไปยังอัยการสูงสุด และอัยการจังหวัด พิจารณาใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้อง หรือถอนฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
ต่อมุมมองเกี่ยวกับปัญหาชาวบางกลอย และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ สอดคล้องกับก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เคยศึกษาและมีข้อสรุปส่งไปยังรัฐบาล
โดยต่างเห็นตรงกันว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พื้นถิ่นดั้งเดิมอาศัยอยู่ในป่า ดำรงอัตลักษณ์และวิถีชีวิตมาอย่างยาวนาน ก่อนที่ทางการประกาศเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์
นอกจากรัฐบาลจะต้องเยียวยาชาวบ้านที่ถูกบังคับอพยพโยกย้ายออกจากถิ่นฐานเดิมแล้ว ยังจะต้องเร่งหากลไกเพื่อคุ้มครอง ส่งเสริม และฟื้นฟูวิถีชีวิต
ที่สำคัญควรสำรวจความประสงค์ของชาวบ้านด้วย หากต้องการกลับไปอยู่อาศัย และทำกินตามวิถีชีวิตในป่าเหมือนเดิม