FootNote:เวที ปราศรัยใหญ่ ที่ขอนแก่น วิถีแห่ง อนาคตใหม่ ก้าวไกล
อะไรคือผลพวงจากการขึ้นเวที “อนาคตใหม่ ก้าวไกล ประเทศไทย ไม่เหมือนเดิม” ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่ขอนแก่น
คำตอบหนึ่งอาจเป็นรูปธรรมแห่งการร่วมทางการเมือง ระหว่างคณะก้าวหน้ากับพรรคก้าวไกล
คำตอบหนึ่งอาจเป็นรูปธรรมแห่งการแปรวิกฤตมาเป็นโอกาส จากวิวาทะอันร้อนแรงระหว่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
คำตอบหนึ่งอาจเป็นเงื่อนไขอันยอดเยี่ยมยิ่งในการฟื้นคืนบรรยากาศ และจิตวิญญาณในแบบของพรรคอนาคตใหม่ให้ปรากฏอย่างเปี่ยม ด้วยพลังบนเวทีของพรรคก้าวไกล
กระนั้น ทุกอย่างก็ดำเนินไปดังที่ นส.พรรณิการ์ วานิช ได้เสนอเป็นคำถามและให้คำตอบอย่างเป็นจริง ในระหว่างปราศรัยต่อบรรดาแฟนานุแฟนในทางการเมือง
นั่นก็คือ การพยายามกำจัดพรรคอนาคตใหม่ กำ-จัด นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช ไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย
เพราะมีพรรคก้าวไกล เพราะมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ความเป็นจริงที่เห็นและเป็นอยู่ตลอดการปราศรัยอย่างคึกคักร้อน แรงไม่ว่าจะมาจาก น.ส.พรรณิการ์ วานิช นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล
คือพลังแห่งการประสานอย่างมีชีวิตชีวาระหว่างพรรคอนาคตใหม่กับพรรคก้าวไกล
เท่ากับเป็นการกำจัดในทาง “รูปแบบ” แต่ “เนื้อหา” ยังคงอยู่
เพราะ 3 ปีหลังจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 คือ การเติบใหญ่ไม่ว่าจะมองจากพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะมองจากคณะก้าวหน้า
ขณะที่คณะก้าวหน้าดูดดึง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้ได้ไปเรียนรู้การเมืองที่เป็นจริงในแต่ละท้องถิ่น สร้างรากฐานและความแข็งแกร่งให้กับพรรคก้าวไกล
ขณะที่พรรคก้าวไกลแสดงความโดดเด่นบนเวทีแห่งรัฐสภา
การขึ้นเวทีปราศรัยในฐานะ “ผู้ช่วย” ในการหาเสียงให้กับพรรคก้าวไกลของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช จึงเท่ากับเป็นก้าวแรกในทางการเมือง
เป็นการเมืองอันมีเป้าหมายอยู่ที่ “การเลือกตั้ง” ข้างหน้า
เป็นการท้าทายอย่างยิ่งว่าพรรคก้าวไกลจะสามารถทะยานจากที่เคยได้รับความไว้วางใจในตอนเป็นพรรคอนาคตไทย 6.3 ล้าน มากยิ่งขึ้นหรือถูกปฏิเสธให้มีคะแนนลดน้อยลง
ผลการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคมจึงเท่ากับเป็นคำตอบ