FootNote:กรณี มหาวิทยาลัย “ทักษิณ” เมื่อ ประชาธิปัตย์ ต้องสะดุด
คำปราศรัยอันพาดพิงไปถึง “มหาวิทยาลัยทักษิณ” จากคนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ก่อให้เกิดคำถามตามมาและก่อให้เกิดความอ่อนไหวเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
แม้ว่าระดับ “นำ”ของพรรคประชาธิปัตย์จะรีบออกมาแก้เกมอย่างรวดเร็วและฉับไว
กระนั้น ควันความอันเนื่องแต่ “ความเชื่อ”ก็ยังดำรงอยู่
ประเด็นมิได้อยู่ที่ว่า โดยพื้นฐานแห่งถ้อยคำจะเป็นการเทียบ ระหว่างผู้สมัครที่จบการศึกษาจาก “ต่างประเทศ” กับผู้สมัครที่จบการศึกษาจาก “ในประเทศ” เพียงประการเดียว
หากความแหลมคมอยู่ที่ว่าทำไมต้องอ้างอิงพาดพิงไปยังชื่อของมหาวิทยาลัย “ทักษิณ” ยิ่งเมื่อนำเอาการอ้างอิงนี้ไปเทียบเคียงกับกรณี “อื่น” ยิ่งมากด้วยความอ่อนไหว
ดังเช่นกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เคยพาดพิงไปยังคนที่จบจากมหาวิทยาลัย “ราชภัฏ” ดังเช่นกรณีที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยเคยพาดพิงไปยังชื่อมหาวิทยาลัย “เอกชน” บางแห่ง
บทเรียนจากกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คราวเลือกตั้งซ่อมที่ “สงขลา”ก่อให้เกิดการแปรเปลี่ยนมาแล้วอย่างไร
กรณี “มหาวิทยาลัยทักษิณ” ก็อาจจะเป็นไปเช่นนั้น
ตัวอย่างของการเปรียบเทียบระหว่างผู้สมัครที่ร่ำรวยกับผู้สมัครที่ ยากจนก่อให้เกิดการต่อสู้อย่างแหลมคมมาแล้วไม่ว่าจะเป็นที่สงขลา ไม่ว่าจะเป็นที่อื่นๆ
คราวนี้เป็นเรื่องของสถาบันการศึกษา เป็นเรื่องของมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องของนักเรียนนอก นักเรียนใน
ทั้งหมดนี้ยืนยันถึง “ความเหลื่อมล้ำ” ที่ดำรงอยู่ในสังคมไทย
เด่นชัดเป็นอย่างยิ่งว่า ไม่เพียงมาจากความแตกต่างเมื่อมอง จากรากฐานในทางเศรษฐกิจ หากแต่ยังเน้นอย่างหนักแน่นถึงความแตกต่างในรากฐานทางการศึกษา
คำถามจึงมิได้อยู่ที่ว่า ความเหลื่อมล้ำในทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำในทางการศึกษา เกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างเป็นจริงหรือไม่เพียงใดในสังคมไทย
หากแต่อยู่ที่ว่านักการเมืองคนนั้นมี “ความคิด”อย่างไร
พรรคประชาธิปัตย์เคยได้ประโยชน์เป็นอย่างมากจากความพลาดพลั้งในทางคำพูดระหว่างการหาเสียงของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในการเลือกตั้งซ่อมที่สงขลา
คำหยาม “มหาวิทยาลัยทักษิณ” มาจากพรรคประชาธิปัตย์
ไม่เพียงสร้างความไม่พอใจให้กับมหาวิทยาลัยทักษิณ หากแต่ยังก้องในสองหูของพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นคู่แข่งขันในพื้นที่
ในที่สุดก็จะกลายเป็นอาหารอันโอชะในการรณรงค์หาเสียง