FootNote : การยึดกุม ตำแหน่ง ประธานสภา การดำรง ความมุ่งหมาย ก้าวไกล

เหตุปัจจัยอะไรทำให้พรรคก้าวไกลต้องยืนหยัด ในการยึดกุมตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นของตน

คำตอบ 1 เพราะหมายถึงตำแหน่ง “ประธานรัฐสภา”

นั่นหมายถึง การสามารถประสานระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ กับอำนาจบริหารในการขับเคลื่อนในการผลักดัน แต่ละพระราชบัญญัติได้อย่างเป็นจริง

ขณะเดียวกัน คำตอบ 1 มีบทเรียนมากมายในอดีตอันเป็นอุทาหรณ์ว่า มิอาจมอบหมายตำแหน่งสำคัญในทางการเมืองให้กับผู้อื่นอย่างชะล่าใจ เพียงเพราะต้องการต่อรอง

ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างที่พรรคชาติไทย เคยมอบตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรให้กับพรรคเอกภาพ ทั้งๆที่มีส.ส.อยู่ในมือเพียง 3 คน

ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างที่พรรคพลังประชารัฐ มอบตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เพียงเพื่อต้องการให้มาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างที่พรรคพลังประชาชนเคยมอบตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีให้กับคนบางคนภายในพรรคการเมืองเดียวกัน

แม้จะเสมอเป็นเพียง “รักษาการ” นายกรัฐมนตรีก็ตาม

ยิ่งพรรคก้าวไกลมีเจตจำนงในทางการเมืองอันแน่วแน่ กระทั่งถึงกับเสนอให้มีการจัดทำ “บันทึกช่วยจำ” หรือ “MOU” ให้เป็นอุปกรณ์สำคัญในการขับเคลื่อนรัฐบาล

ยิ่งเป็นเครื่องย้ำเตือนให้พรรคก้าวไกลสำเหนียก และตระหนักว่าตำแหน่ง “ประธานรัฐสภา” มีความสำคัญ

สำคัญทั้งในด้าน “สภาผู้แทนราษฎร” และ “วุฒิสภา”

ยิ่งพรรคก้าวไกลตระเตรียมร่างพระราชบัญญัติมากกว่า 40 ฉบับอยู่ในมือ และพร้อมผลักดันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ยิ่งทำให้จำเป็นต้องมี “ประธาน” ที่ไว้วางใจและเชื่อมือได้

ยิ่งพรรคก้าวไกลต้องการตัดประเพณีเก่าในทางการเมือง ที่วางอำนาจอยู่กับการต่อรองการเมือง เพื่อแลกเปลี่ยนตำแหน่งในทางการเมือง ยิ่งเป็นความจำเป็นต้องยืนหยัด

ยืนหยัดและยืนยันในเจตจำนงอันแน่วแน่และมั่นคงของตน

ภายหลังคำประกาศของพรรคก้าวไกลโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประสานเข้ากับการตอบรับจากพรรคเพื่อไทยโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว การเมืองไทยไทยได้ก้าวเข้าสู่มิติอันเป็นการท้าทาย

ท้าทายต่อการดำรงอยู่แห่งอำนาจอันเร้นลับของ “รัฐพันลึก”

ท้าทายต่อเงาสะท้อนแห่ง “ระบอบ” ทางการเมืองอันมีรากฐานมาจากขบวนการ “รัฐประหาร” ผ่านรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 อันถือเป็นความอัปยศอันยิ่งใหญ่

นี่คือการปะทะครั้งสำคัญภายหลังจาก “การเลือกตั้ง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน