FootNote : คำถาม การเมือง ต่อ “ก้าวไกล” สะท้อน การปักธง ทางความคิด
ทำไมพรรคก้าวไกลไม่ส่งเทียบเชิญพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ทำไมพรรคก้าวไกลไม่ส่งเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล
ทำไมพรรคก้าวไกลไม่ส่งเทียบเชิญพรรคชาติไทยเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล
คำถามนี้ไม่เพียงถามพรรคก้าวไกล หากถามต่อ “สังคม”
เป็นคำถามจากความเคยชินเก่าในทางการเมือง ไม่ว่าในยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไม่ว่าในยุค นายชวน หลีกภัย ไม่ว่าในยุค นายบรรหาร ศิลปอาชา ไม่ว่าในยุค พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
คนซึ่งเติบใหญ่กับการเมืองก่อนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ก็กังขา คนซึ่งเติบใหญ่กับการเมืองยุครัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 ยิ่งมากด้วยความกังขา
ยิ่งมีคำตอบอย่างตรงไปตรงมาจากพรรคก้าวไกล ว่าเพราะองค์ประกอบของการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเป็นธรรม จำนวน 310 เป็นจำนวนที่เพียงพอแล้ว
ยิ่งก่อให้เกิดความแคลงคลางกังขา เพราะยิ่งมีมากยิ่งจะเป็นการปิดสวิตช์ ส.ว.มิใช่หรือ
อย่าได้แปลกใจหากสายตาที่ทอดมองไปยังพรรคก้าวไกล ทอดมองไปยัง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นสายตาอันเปี่ยมด้วยความไม่เข้าใจและเห็นเป็นเรื่องแปลก
เป็นเรื่องแปลกเหมือนกับที่เคยมองพรรคอนาคตใหม่ เหมือนกับที่เคยมอง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
นั่นก็คือ มองว่า “ไร้เดียงสา” และ “อ่อนหัด” ในทางการเมือง
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง พรรคก้าวไกลอันมาจากพรรคอนาคตใหม่ ย่อมตระหนักรู้จากการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายหลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 ได้เป็นอย่างดี
เมื่อมีกว่า 20 พรรคการเมืองเข้าร่วม เมื่อภาพแห่ง ครม.ดำเนินไปในลักษณะของเบี้ยหัวแตก และที่สุดแม้กระทั่งพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่สามารถบริหารตามนโยบายที่เคยหาเสียง
การแยกทางระหว่าง 2 ป.ยิ่งสะท้อนถึงความล้มเหลว
ภายในความแคลงคลางกังขาต่อวิถีดำเนินในแบบพรรคก้าวไกล ในแบบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จึงได้กลายเป็นคำถามในทางสังคมในทางการเมืองดังกึกก้อง
ดังไปยัง 250 ส.ว. ดังไปยังทุกพรรคการเมืองที่เห็นอยู่
คล้ายกับว่าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตกอยู่ในฐานะตั้งรับในทางการเมือง แต่ภายในการตั้งรับกลับกลายเป็นการรุกอย่างทะลุทะลวง และแหลมคมยิ่งในทางความคิด
เนื่องจากทั้งหมดคือกระบวนการปักธงทางความคิดสำคัญ