FootNote:สงคราม ในทางความคิด ระหว่าง เพื่อไทย ก้าวไกล

หากไม่ติดตามการเคลื่อนไหวในโลก “ออนไลน์” อย่างชนิดเกาะติดจะไม่เข้าใจได้เลยว่า ปฏิกิริยาในการต่อสู้และแย่งชิงตำแหน่งประธานสภามีความร้อนแรงเพียงใด

ขอเสนอให้ติดตามผ่าน #ประธานสภาต้องก้าวไกล แม้จะดำเนินไปอย่างมีความลำเอียงอย่างเด่นชัด

เนื่องจากเป็น “ความลำเอียง” ที่อยู่บนฐานแห่ง “มวลชน”

ในเบื้องต้นจากการต่อสู้และแย่งชิงตำแหน่ง “ประธานสภา” อาจมี #ประธานสภา ประสานเข้ากับ #หมอชลน่าน รวมถึงความพยายามในการผลักดัน #ไม่เอาพิธา

แต่ด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว กระแสและความเป็นจริงก็ค่อยๆคัดสรรให้ # อื่นๆต้องถูกลบเลือน และหมดความหมายลงไปคงเหลือแต่เพียง #ประธานสภาต้องก้าวไกล โดดเด่น

ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ทวีตอาจอยู่ที่ 32.9 k เมื่อเวลา 21.54 น.ของวันที่ 26 พฤษภาคม และ 57.5 k เมื่อเวลา 04.52 น.ของวันที่ 27 พฤษภาคม

แต่เมื่อถึงเวลา 05.00 น.ของวันที่ 28 พฤษภาคม จำนวนก็ทะยานไปยัง 71.2 k

ดัชนีเหล่านี้จะมีผลต่อการหารือในวันที่ 30 พฤษภาคม

ภายหลังจากสถานการณ์การลงนามผ่าน “ข้อตกลงร่วม” หรือ MOU เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม และความขัดแย้งในการแย่งชิงตำแหน่ง “ประธานสภา”

นอกเหนือจากที่สะท้อนผ่าน # จำนวนหนึ่ง ซึ่งติดอันดับเทรนด์ของทวิตเตอร์แล้ว ก็นำไปสู่การเคลื่อนไหวสำคัญ

เป็นการเคลื่อนไหวของ FC ของพรรคเพื่อไทยผ่านสัญลักษณ์ “เสื้อแดง” เรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล

นี่เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันกับปรากฏการณ์ก่อนหน้านี้ #มีกรณ์ไม่มีกู ขณะเดียวกัน เท่ากับเป็นการต้านต่อ #ประธานสภาต้องก้าวไกลโดยตรง

แม้จะมีจุดเริ่มมาจาก “เฟซบุ๊ก” และ “ไลน์” แต่ด้านหลักยังขับเคลื่อนอย่างเป็นจริง มิได้สร้างกระแสผ่าน “ออนไลน์”

เพียงอ่านผ่านกรรมวิธีของการเคลื่อนไหวก็สะท้อนจุดต่างอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่าง แฟนานุแฟนของพรรคเพื่อไทย กับ แฟนานุแฟนของพรรคก้าวไกล

พรรคเพื่อไทยสันทัดแบบเก่า พรรคก้าวไกลสันทัดแบบใหม่

บทเรียนของพรรคก้าวไกลจาก #มีกรณ์ไม่มีกู ปรากฏผลอย่างฉับพลันทันใด เพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่กรณีของพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรยังจำเป็นต้องติดตาม

ทั้งหมดคือเงาสะท้อนแห่งการเบียดขบอันแหลมคมยิ่ง ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน