ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พี-มูฟ) ประกอบด้วย เครือข่ายสลัม 4 ภาค สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ภาคใต้ เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง เข้ายื่นหนังสือถึงพรรคก้าวไกล พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

โดยมีข้อเรียกร้องและจุดยืน 1.ขอเรียกร้องต่อพรรคการเมืองทั้งหมด โหวตรับรองนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมกันสร้างหลักการประชาธิปไตยที่ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้ง

2.ต่อกรณีคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ ขอเรียกร้องคณะกรรมการการเลือกตั้งควรพิจารณาประเด็นถือหุ้น ด้วยการเคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และแนวทางการวินิจฉัยที่มุ่งสร้างหลักการประชาธิปไตยของประชาชน

3.กรณีปัญหาของพี-มูฟ ต้องเร่งรัด ติดตามการแก้ปัญหา จำเป็นต้องมีรัฐมนตรีที่มีความเข้าใจในปัญหา ไม่มีอคติต่อภาคประชาชน ทำงานร่วมกันกับภาคประชาชนเพื่อสร้างบรรยากาศความร่วมมือ

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน และสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ประกาศไม่ยอมรับนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (บีซีจี)

นโยบายนี้ผลักดันโดยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นวาระแห่งชาติผ่านเวทีประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) เมื่อปลายปี 2565 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

องค์กรภาคประชาชนต่างไม่เห็นด้วย หวั่นเกรงเป็นการฟอกเขียวให้กลุ่มทุน โดยผ่านกลไกตลาดที่อ้างเรื่องคาร์บอนเครดิต มาเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้กลุ่มทุนที่ไร้สำนึกความรับผิดชอบต่อมลพิษที่ตนเองสร้างขึ้น

พร้อมเรียกร้องไปยังรัฐบาลใหม่ยกเลิกนโยบายบีซีจี สร้างมาตรการคุ้มครอง ลดสภาวะโลกร้อน ด้วยการบังคับให้กลุ่มทุน บริษัทต่างๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ต้นกำเนิดหรือแหล่งผลิต เพื่อลดสภาวะโลกร้อนอย่างแท้จริง

เสียงร้องเรียกและจุดยืนของภาคประชาชนต่างๆ ตอกย้ำการบริหารประเทศผิดพลาดและบกพร่องมาตั้งแต่รัฐประหาร 2557 ต่อเนื่องถึงรัฐบาลเลือกตั้ง 2562 ที่สืบทอดผ่านรัฐธรรมนูญ 2560

ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ให้ความสำคัญกับกลุ่มทุนใหญ่ สร้างผลกระทบต่อประชาชนระดับล่าง ภาคเกษตรกร และสังคมเมืองกลุ่มต่างๆ จึงนำมาสู่ข้อเรียกร้องให้ยกเลิกนโยบายที่ผิดพลาด และเร่งแก้ปัญหา

ประการสำคัญคือ ภาคประชาชนต่างแสดงจุดยืนถึงเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ผ่านการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค.2566 ให้การเลือกนายกฯ และจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามครรลองปกติในระบอบประชาธิปไตย

ดังนั้น หวังว่าเครือข่ายอำนาจ หรือองค์กรอิสระทั้งหลายจะตระหนัก อย่าฝืน หรือขัดขวางฉันทามติประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน