FootNote : สมรภูมิ แหลมคม การเมือง ใครเป็นฝ่ายรุก ใครถอย ร่น

มีผลสะเทือนจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม อย่างเด่นชัดในการแยกจำแนกกว่า 24 ล้านคะแนนเสียง กับ 4 ล้านคะแนนเสียง

หากมองจากสายตาของ “นักการทหาร” จุดต่างนี้น่าจะนำไปสู่การปรับ “รูปแบบ” แห่ง “นิติสงคราม”

แต่เมื่อเห็นการออกโรงของบรรดา “นักร้อง” ไม่ว่าจะเป็น นายศรีสุวรรณ จรรยา ไม่ว่าจะเป็น นายสนธิญา สวัสดี ไม่ว่าจะเป็น นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ก็ยังเป็นการออกอาวุธแบบเดิมๆ

เหมือนกับที่เคยใช้กับ นายทักษิณ ชินวัตร ก่อนเดือนกันยายน 2549 เหมือนกับที่เคยใช้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนเดือนพฤษภาคม 2557

และแทบไม่แตกต่างไปจากที่เคยใช้กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก่อนสถานการณ์เดือนกุมภาพันธ์ 2563

แสดงให้เห็นว่า แม้คณิตศาสตร์การเมืองระหว่างกว่า 24 ล้านเสียงจะเหนือกว่าจำนวนกว่า 4 ล้านเสียงเป็นอย่างมากถึงเกือบ 6 เท่า แต่ก็มิได้ก่อให้เกิด “ความสำเหนียก” แต่อย่างใด

พลังกว่า 4 ล้านเสียงยังคงมั่นใจในกลไกแห่งรัฐธรรมนูญอัน DESIGN มาเพื่อ “พวกเรา” ยังคงแข็งแกร่ง มั่นคง

ต้องยอมรับว่าชัยชนะของพรรคก้าวไกล เมื่อประสานเข้ากับการหนุนเสริมอย่างมียุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ได้ก่อรูปเป็นพลัง อันมีพื้นฐานในทางการเมืองอย่างเป็นจริง

เนื่องจากทั้งหมดนี้มิได้ดำรงอยู่ใน “โลกเสมือน” หากแต่มี “รูปธรรม” รองรับอยู่ใน “โลก” ในทางการเมือง ยืนยันว่าการเมือง “ใหม่” กำลังรุกเข้ามาอย่างมี “กัมมันตะ”

ความพยายามในการเสี้ยมในการแยกสลายพรรคเพื่อไทย ให้เป็นต่างหากจากพรรคก้าวไกล ยังดำรงความมุ่งหมาย แม้ทางเลือกสำหรับพรรคเพื่อไทยจะเหลือน้อยลงเป็นลำดับ

บทเรียนจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ยังเตือนอย่างหนักแน่น และสัมผัสได้จากบทเรียนจากพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลอย่างสัมผัสและแตะต้องได้

นี่คือบทเรียนและสัญญาณเตือนอันทรงพลานุภาพยิ่ง

ทุกอย่างยังดำรงอยู่ในลักษณะอันเป็นการยันในทางยุทธศาสตร์ เกิดการแปรเปลี่ยนอย่างแน่นอน ยืนยันถึงภาวะถดถอยลงเป็นลำดับ

เมื่อเทียบกับสภาพการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

พิสูจน์อย่างเด่นชัดว่า ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 กำลังชี้ทิศทางในทางการเมือง

ตอกย้ำให้เห็นว่าใครเป็นฝ่าย “รุก” ใครเป็นฝ่าย “ถอยร่น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน