FootNote:อาฟเตอร์ช็อค 14 พฤษภาคม สะท้อน ความตระหนก หวาด
ไม่ว่าสถานการณ์ #ส่วยทางหลวง ไม่ว่าสถานการณ์ #ผู้กองแคท อุบัติขึ้นและดำรงอยู่อย่างมีความสัมพันธ์กัน
สะท้อน “ความเป็นจริง” ในสังคม “ตำรวจ” สังคม “ข้าราชการ”
ในอีกด้านหนึ่งจึงดำเนินไปอย่างสัมพันธ์กับ “ความเป็นจริง” จากผลของ “การเลือกตั้ง” เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม อันเป็นดัชนีชี้ให้ประจักษณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่
ที่เด่นชัดเป็นอย่างมากก็คือ ความพ่ายแพ้ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ความพ่ายแพ้ของพรรคพลังประชารัฐ อันหมายถึงความพ่ายแพ้แห่ง “ระบอบ 3 ป.”
ที่เด่นชัดเป็นอย่างมากก็คือ ชัยชนะของพรรคก้าวไกล ชัยชนะของพรรคเพื่อไทย อันก่อรูปเป็นพันธมิตรแห่งแนวร่วมใหญ่ในทางการเมือง
ยืนอยู่อย่างเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับ “ระบอบ 3 ป.” ซึ่งมีรากฐานและสะสมกำลังจากรัฐประหาร เมื่อเดือนกันยายน 2549 ต่อเนื่องมายังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ความพ่ายแพ้ในเดือนพฤษภาคม 2566 จึงสะท้อนให้เห็นถึง ความอ่อนแอของ “ระบอบ 3 ป.” อย่างเป็นรูปธรรม
ปรากฏการณ์ “ส่วย” จึงปะทุกลายเป็นเรื่อง “อื้อฉาว”
จากชัยชนะของพรรคก้าวไกลทำให้องค์กรภาคประชาชน ที่เคยถูกกดทับในทางการเมืองมีความกล้า มีความมั่นใจและให้ความร่วมมือกับพลังอำนาจใหม่
ความเลวร้ายอันดำรงอยู่บน “ทางหลวง” ในขอบเขตทั่วประเทศจึงถูกขุดคุ้ยให้เป็นที่ปรากฏ
ที่น่าสนใจก็คือ พรรคก้าวไกลมีความกล้าที่จะแสดงบทนำ
ปรากฏการณ์ #ส่วยทางหลวง ดำรงอยู่อย่างสัมพันธ์กับการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมในแบบ #ตั๋วช้าง ภายในสังคมตำรวจ ภายในสังคมข้าราชการ
กรณีของ #ผู้กองแคท จึงเป็นภาพอันอ่อนไหวจากการเทียบ เคียงกับข้าราชการตำรวจอื่นๆ ที่มิได้รับแรงอุปถัมภ์อย่างอบอุ่นทัดเทียม
มั่นใจได้เลยว่าจะมีปรากฏการณ์ใหม่เกิดราวไฟลามทุ่ง
ถามว่าเหตุใดจึงได้มีการออกโรงเพื่อสกัดขัดขวาง เส้นทางแห่งชัยชนะของพรรคก้าวไกลอย่างคึกคัก โดยมีการเล่นงานต่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อย่างชัดเจน
เพราะหวั่นเกรงว่าสถานการณ์ #ส่วยทางหลวง บานปลาย
บรรดา “กลไก” อันเป็นผลพวงแห่ง “ระบอบ 3 ป.” ซึ่งมีพื้นฐานจากรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 รัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 จึงเร่งมืออย่างหนักหน่วง
บดขยี้และทำลายพรรคก้าวไกลผ่าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์