สภาความมั่นคงแห่งชาติ และกองทัพภาคที่ 4 สั่งตรวจสอบการจัดกิจกรรมวิชาการเกี่ยวกับการกำหนดอนาคตตนเอง ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
โดยหน่วยงานความมั่นคงระบุพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเรื่องแบ่งแยกตัวเป็นเอกราช เป็นการ ขัดรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย ซึ่งมาตรา 1 รัฐธรรมนูญระบุว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้
ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อกฎหมาย สืบหาพยานหลักฐาน เนื้อหาสาระของกิจกรรม และบุคคลที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีใครถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่
ไม่เท่านั้นเลขาธิการสภาความมั่นคงฯ ยังระบุมีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังด้วย
การตรวจสอบและจะดำเนินคดีของหน่วยงานความมั่นคงนั้น นักวิชาการ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ต่างแสดงความกังวล หวั่นเกรงการกระทำของรัฐจะทำให้สถานการณ์บานปลาย
ต่างยืนยันไม่มีเรื่องแบ่งแยกดินแดนเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นการเสวนาพูดคุยถึงหลักการกำหนดชะตาตนเอง ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการแสดงออกที่อยู่ในกรอบทางวิชาการ
เช่นเดียวกับภาคประชาสังคมแนะนำอย่าคิดในกรอบความมั่นคงอย่างเดียว เพราะจะยิ่งเกิดความหวาดระแวงขึ้นไปอีก ต้องเข้าใจเยาวชนคนรุ่นใหม่มีพลังความคิดใหม่ ดังนั้นควรเปิดพื้นที่ให้พูดคุยและแสดงออก
ประการสำคัญคืออย่าเพิ่งตีตราเป็นโจร หรือผู้ก่อการร้าย ผู้ก่อความไม่สงบ เพราะจะยิ่งกลายเป็นเงื่อนไขบานปลายไม่สิ้นสุด
ข้อห่วงใยกังวลจากนักวิชาการ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ต่อกิจกรรมของนักศึกษา พลังคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่นั้น รัฐ และเครือข่ายอำนาจทั้งหลายควรตระหนักและคิดอย่างรอบคอบ
โดยเฉพาะเรื่องแบ่งแยกดินแดนถือเป็นข้อหาอุกฉกรรจ์ มีโทษรุนแรง อีกทั้งข้อมูลจากหลายฝ่ายก็ยืนยันถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ดำเนินมาเกือบ 20 ปี ยังไม่มีการเรียกร้องแบ่งแยกดินแดนอย่างจริงจังชัดเจน
จะมีก็แต่เรียกร้องความยุติธรรมจากการ ปราบป รามอย่างรุนแรงของรัฐ การเคารพความหลากหลายสังคมพหุวัฒนธรรม เสรีภาพการนับถือศาสนา การศึกษาตามหลักศาสนา การดำรง อัตลักษณ์ ตลอดจนการแสดงออกทางภาษา ที่ไม่ควรถูกปิดกั้นอีกต่อไป
อีกประการคือความพยายามที่จะโยงไปถึงพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง จึงเกิดคำถามว่าต้องการจะทำลาย หรือสกัดกั้นคู่แข่งขันทางการเมืองด้วยหรือไม่