พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2566 ตามความในมาตรา 121 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้เรียกประชุมรัฐสภาภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยให้ถือเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 121 มาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป

ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 และสมาชิกวุฒิสภา จะประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรก อันเป็นรัฐพิธีที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธาน หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ดำเนินการ

จากนี้ไป ถือว่าอำนาจนิติบัญญัติตามระบอบการปกครองตามรัฐธรรมนูญได้ขับเคลื่อนแล้ว

สำหรับรัฐพิธีเปิดประชุมสภา มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2476 ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อพ.ศ.2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ขั้นตอนต่อจากรัฐพิธี จะมีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกตั้งประธานสภา รองประธานสภาอีก 2 คน โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอายุอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว

แม้ที่ผ่านมา จะมีความขัดแย้งมาโดยตลอดเรื่องผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องพรรคการเมืองที่ได้คะแนนอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 อยู่ฝ่ายเดียวกันและมีคะแนนเสียงไม่ห่างกันมาก

จึงหวังว่าการพูดคุยกันก่อนที่จะประชุมร่วมรัฐสภาครั้งแรกจะมีข้อสรุปเป็นที่ยุติ โดยคำนึงถึงหลักการ ประเพณี ความเหมาะสม และคุณสมบัติอันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

รัฐสภาชุดนี้ถือว่าเป็นปีสุดท้ายของสมาชิกวุฒิสภาจากคณะรัฐประหาร ที่จะสิ้นสุดอำนาจและภารกิจตามบทเฉพาะกาลตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการกำหนดให้โหวตเลือกเลือกนายกรัฐมนตรีได้

ขณะที่อำนาจอื่นๆ ก็จะค่อยๆ หมดความสำคัญลงไป จนกว่าจะมีวุฒิสภาชุดใหม่เข้ามาตามระบบปกติ ขณะเดียวกันอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรก็จะมีความสำคัญขึ้นมาแทนที่โดยตัวเอง

ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงนามข้อตกลงร่วมกันไว้ โดยเฉพาะภารกิจการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาจากฉันทานุมัติประชาชนอย่างแท้จริง ผ่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง

รวมถึงการเสนอร่างกฎหมายและร่างแก้ไขกฎหมายอื่นๆ ที่มีความเร่งด่วนตามนโยบายที่ตกลงกันไว้ จึงถือว่าเป็นโอกาสทองของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะร่วมผลักดันให้สำเร็จโดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน