FootNote : ข่าวลือ ต่อเงิน 6 พันล้าน กับ แรงเหวี่ยง “การเมือง”

การโพสต์ข้อความว่า ด้วยการไหลทะลักของเงินจำนวน 6,000 ล้านบาท จะไม่มีความหมายอะไรเลย หากไม่มีการถอดสูตรออกมาว่าสัมพันธ์กับค่าหัว 100 ล้านบาทต่อจำนวน 1 มือ

และหากไม่มีการฟันธงว่าอาจก่อให้เกิดการพลิกสถานการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่

ที่ชนะเลือกตั้งอาจแพ้โหวต ที่แพ้เลือกตั้งอาจชนะโหวต

ความเร้าเย้ายวนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากคนที่แสดงบทบาทในการโพสต์เป็น 1 ใน 250 ส.ว.และเป็นการโพสต์ในบรรยากาศอันนำไปสู่สภาวะพลิกผันในทางการเมือง

จากการโหวตเลือก “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ในวันที่ 4 กรกฎาคม ไปสู่การโหวตเลือก “นายกรัฐมนตรี” เป็นขั้นตอนต่อไปในอีกไม่นาน

ความหมายก็คือ หากมีการพลิกในเรื่อง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ที่มิใช่เป็นคนของพรรคก้าวไกล โอกาสของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ก็ริบหรี่

นั่นหมายถึงโอกาสก็จะเป็นของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองอื่นๆ

หากมิใช่ของพรรคเพื่อไทย ก็เป็นของพรรคพลังประชารัฐ

ความอ่อนไหวในตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” จึงเท่ากับเป็นดัชนีชี้ถึงแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” และทำให้ตัวเลข 6,000 ล้านบาทส่งแรงสะเทือน

นี่จึงไม่เพียงแต่ท้าทายต่อพัฒนาการทางการเมือง หากแต่ยังท้าทายต่อเจตจำนงร่วมของประชาชนเมื่อ 14 พฤษภาคม

ความหมายย่อมหมายความว่า การตัดสินใจเลือกพรรคก้าวไกลรวมแล้วกว่า 14 ล้านเสียง และการตัดสินใจเลือกพรรคเพื่อไทยรวมแล้วกว่า 10 ล้านเสียงแทบไม่มีความหมาย

ความหมายย่อมหมายความด้วยว่า แม้จะมีความพยายามรวมกว่า 14 ล้านเสียงกับกว่า 10 ล้านเสียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นกว่า 24 ล้านเสียงก็แทบไม่มีความหมาย

กระแสแห่งเงิน 6,000 ล้านบาทได้ก่อให้เกิดอาการบิดเบี้ยว และการพลิกเปลี่ยนแปรผันในเป้าหมายทางการเมือง

ไม่มีใครระบุได้ว่าเงินจำนวน 6,000 ล้านบาทมีรากฐานมาจากแหล่งเศรษฐกิจใด แต่หากดูคำตอบในบรรทัดสุดท้ายทางการเมืองไม่ยากที่จะอรรถาธิบาย

นี่คือ “โจทย์” และดำรงอยู่อย่างเป็น “จำเลย” ทางการเมือง

มีความจำเป็นที่จะต้องหาคำตอบจากพรรคพลังประชารัฐ จากพรรคภูมิใจไทย จากพรรคประชาธิปัตย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ต่อแผนสมคบคิดนี้

ทุกคำถามจึงสัมพันธ์กับ “โจทย์” และจังหวะก้าวในทางการเมืองยุคใหม่หลังวันที่ 14 พฤษภาคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน