ความยากจนเป็นปัญหาที่ทุกประเทศให้ความสำคัญ เนื่องจากมีโอกาสก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา ไม่ว่าปัญหาครอบครัว ยาเสพติด อาชญากรรม ความเหลื่อมล้ำ คุณภาพประชากร และการพัฒนาประเทศ
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลวิเคราะห์การเติบโต ทางเศรษฐกิจไทยว่า ความเหลื่อมล้ำยังเป็นประเด็นท้าทาย แม้เศรษฐกิจไทยเติบโตต่อเนื่อง หากดูจาก จีดีพีที่ปรับเพิ่มจาก 7.7 ล้านล้านบาทในปี 2551 เป็น 10.2 ล้านล้านบาทในปี 2563
สถานะความเหลื่อมล้ำช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา สัดส่วนคนจนลดลงจากร้อยละ 65 ในปี 2531 เหลือร้อยละ 6.3 ในปี 2564 แต่หากมองเฉพาะช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนคนจนไม่ลดลง คงตัวอยู่ที่ร้อยละ 6-8
โดยเฉพาะครัวเรือนภาคเกษตรกว่า ร้อยละ 11 ยังอยู่ใต้เส้นความยากจน
หากเทียบกับกลุ่มทวีปเอเชีย ความเหลื่อมล้ำของไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงกับอินโดนีเซีย เวียดนาม แต่สูงกว่าญี่ปุ่น เกาหลีใต้
ปัจจัยส่งผลมีทั้งจากภายในและภายนอก การเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องท้าทายสำหรับคนที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ องค์การสหประชาชาติ คาดการณ์ปี 62-93 ทวีปเอเชียจะมีประชากรสูงวัย มากที่สุดในโลก โดยไทยมีสัดส่วนร้อยละ 17.2 เป็นอันดับที่ 5 ของเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้อัตราการพึ่งพิงประชากรวัยแรงงานเพิ่มสูงขึ้น
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติระบุ ปี 2564 ไทยมีผู้สูงวัย 13.8 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อย่างสมบูรณ์ในปี 2565
โดยคาดการณ์ว่าปี 2583 สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 31.3 ของประชากรทั้งประเทศ
โควิดทำให้เศรษฐกิจไทยหดตัว และยังฟื้นตัวได้ไม่ดี กลุ่มเปราะบางได้รับผลกระทบรุนแรง ยาวนาน
ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนจึงควรมี นโยบายช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ฟื้นตัวโดยเร็ว เพื่อ ลดปัญหาเหลื่อมล้ำระยะยาว สร้างให้สังคมและเศรษฐกิจพัฒนาอย่างยั่งยืน
ภาคการเมือง ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาทุกพรรค ชูนโยบายแก้ยากจนเป็นอันดับต้นๆ ในการหาเสียง รวมถึงสองพรรคใหญ่แกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ไม่ว่านโยบายค่าแรง ขยายโอกาสเข้าถึงสวัสดิการรัฐ ปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร ผลักดันราคาพืชผล ลดต้นทุนการผลิต สร้างอาชีพใหม่ กระจายรายได้ เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ลดรายจ่ายค่าครองชีพ ฯลฯ
ทั้งหมดนี้จึงเป็นคำตอบ ทำไมสังคมส่วนใหญ่จึงอยากให้รัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะการแก้ปัญหาทุกข์ยากของประชาชนจะถูกเตะถ่วงยืดเยื้อไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว