สภาผู้แทนนิสิตและนักศึกษา 29 สถาบัน ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้ที่ประชุมรัฐสภาเคารพเจตนารมณ์ประชาชน ในการลงมติเลือกและแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
เนื่องจากจำนวนเสียงยังไม่เพียงพอ เพราะรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 272 ต้องนำเสียงของสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาร่วมด้วย
แต่สมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่ลงมติไม่เห็นชอบ งดออกเสียง และไม่เข้าร่วมประชุมเพื่อทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้การเลือกนายกรัฐมนตรีไม่สำเร็จ
จึงเรียกร้องว่าการลงมติของสมาชิกวุฒิสภาเพื่อกำหนดอนาคตของประเทศที่คณะรัฐประหารฉกฉวยไปมอบอำนาจให้ ด้วยการไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง เท่ากับไม่เคารพ และไม่ให้ความสำคัญต่อเสียงของประชาชน
สภาผู้แทนนิสิตและนักศึกษาทั้ง 29 มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา จึงเรียกร้องขอให้สมาชิกวุฒิสภาตระหนักถึงการเคารพเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรและลงมติไปตามนั้น
มิใช่ยืนหยัดเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและใช้ดุลพินิจตัดสินใจเสมือนตนคู่ควรแก่การได้รับอภิสิทธิ์เหนือประชาชน
พร้อมกันนี้ สภาผู้แทนนิสิตและนักศึกษา พร้อมยืนหยัดเพื่อผลประโยชน์ของนิสิตนักศึกษาและเจตนารมณ์ของประชาชน เพื่อพิทักษ์หลักการประชาธิปไตย
การออกมาเคลื่อนไหวแสดงออกถึงจุดทางการเมืองของเยาวชนนิสิตนักศึกษาดังกล่าว ถือว่าเป็นการใช้สิทธิพลเมือง ที่รัฐสภาไม่ควรเพิกเฉยแต่พึงตระหนักและรับฟังความคิดเห็นเช่นกัน
นอกจากนี้ ภาคประชาชนและเครือข่ายต่างๆ ก็ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐสภาลงมติไปในทิศทางที่สอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชนที่สะท้อนจากผลการเลือกตั้งไปในทิศทางเดียวกัน
ดังนั้น การประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีรอบที่สอง ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ จึงน่าจับตาว่าวุฒิสภาจะสนองตอบต่อปฏิกิริยาของประชาชนมากน้อยเพียงไร
ถ้าหากผลการลงมติออกมาแบบครั้งแรก ที่ไม่สนับสนุนเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง อาจเป็นการยั่วยุ ทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจยิ่งขึ้นก็ได้
อาจบานปลายใหญ่ จนมีการรวมตัวกันออกมาเรียกร้องอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ควบคุมความสงบได้ยาก ซึ่งไม่เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาให้เกิดขึ้นช่วงสุญญากาศรัฐบาล