ฝนตกหนักตามด้วยน้ำรอระบายอาจเป็นเรื่องปกติในกรุงเทพฯ และหลายพื้นที่ในประเทศไทย แต่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานทำให้เสียชื่อเสียงมากเป็นพิเศษ

เพราะฝนที่กระหน่ำก่อนแมตช์อุ่นเครื่องระหว่างสโมสรฟุตบอลชื่อดังของอังกฤษ เลสเตอร์ ซิตี้ กับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทำให้ต้องยกเลิกการแข่งขัน เนื่องจากสภาพสนามไม่พร้อม และไม่ได้มาตรฐานสำหรับความปลอดภัยของนักเตะ

สภาพที่ไม่พร้อมมาจากระบบการระบายน้ำของสนามที่ไม่อาจทำได้รวดเร็ว ซึ่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยยอมรับว่าจำเป็นต้องปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อยกระดับระบบทั้งหมด

เป็นอีกปัญหาที่ระบุได้ว่า รัฐบาล “ไม่มีเงินพอ” ที่จะจัดการ

สนามเหย้าของฟุตบอลทีมชาติไทยแห่งนี้ มีอายุมากกว่า 30 ปีแล้ว นับจากเริ่มกระบวนการก่อสร้างในปี 2531 และใช้ในการจัดแข่งขันเอเชียนเกมส์ปี 2541 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แต่ไม่ได้ปรับปรุงอย่างจริงจังเมื่อถึงเวลา

แผนของการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ในการปรับปรุงสนามราชมังคลากีฬาสถาน คือการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนเพื่อแบ่งเบางบประมาณของภาครัฐ

ภาคเอกชนพบปัญหาของสนามแห่งนี้ตั้งแต่จัดการแข่งขันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับลิเวอร์พูล เมื่อปีก่อน แต่เรื่องเงียบไปเมื่อการแข่งขันเสร็จสิ้น กระทั่งมาประสบปัญหาที่ถึงกับแข่งขันไม่ได้ในครั้งนี้

ความอับอายนี้น่าจะเป็นงานหนึ่งที่รัฐบาลใหม่ควรสนใจเข้ามาจัดการ

แต่ปัญหาที่ผูกโยงต่อมาคือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังทำไม่ได้ แม้การเลือกตั้งจะล่วงเลยไปกว่า 2 เดือน ผ่านการโหวตรับรองบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยที่ประชุมร่วมรัฐสภามาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งที่ 3 อาจต้องเลื่อนออกไปจากวันที่ 27 ก.ค.

เนื่องจากสุ่มเสี่ยงที่จะทำไม่สำเร็จ หลังจากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ และเปิดเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลชุดเดิมที่อยู่ขั้วการเมืองตรงข้าม และเห็นเงื่อนไขต่อต้านที่ชัดเจน โดยยังไม่นับวุฒิสมาชิกที่มาจากคณะรัฐประหาร

การดิ้นรนของขั้วประชาธิปไตยในการตั้งรัฐบาล ทั้งที่ควรจะเป็นเรื่องง่ายหลังการเลือกตั้งแสดงถึงเสียงที่ชัดเจนของประชาชน

ตอกย้ำความผิดปกติของการเมืองไทยที่ไม่ได้มาตรฐานสากล เป็นสภาพเดียวกับสนามราชมังคลาฯ แต่สร้างความเสียหายให้ประเทศยิ่งกว่า

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน